

Rick and Morty Season 2
ทำความรู้จัก Rick and Morty Season 2
หลังจากผ่านการผจญภัยที่เกือบทำให้ทุกอย่างพังพินาศ ริคกับมอร์ตี้กลับมาอีกครั้งพร้อมประตูมิติ ปืนพกข้ามจักรวาล และปัญหาที่ใหญ่เกินกว่าคนธรรมดาจะรับมือไหว ใน Rick and Morty Season 2 โลกของทั้งคู่ยังคงดูเหมือนบ้านชานเมืองธรรมดา ๆ ที่มีครอบครัวกำลังพยายามใช้ชีวิตตามปกติ แต่เพียงริคเปิดประตูออกไปอีกด้าน ความธรรมดาทั้งหมดก็พร้อมถูกฉีกทิ้งในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์ที่มีกฎฟิสิกส์ประหลาด สิ่งมีชีวิตจากต่างมิติ เทคโนโลยีซึ่งทำให้ความฝันกับความจริงแยกออกจากกันไม่ได้ หรือสถานการณ์ที่เริ่มต้นจากเรื่องเล็กน้อยแล้วลุกลามกลายเป็นภัยระดับจักรวาล ซีซั่นนี้ยังคงรักษาความบ้าคลั่งของโลกไซไฟเอาไว้เต็มที่ แต่บรรยากาศกลับมีความกดดันและหม่นลึกกว่าเดิม เพราะเมื่อเวลาเดินหน้าต่อไป ไม่มีใครสามารถย้อนกลับไปแก้ไขทุกการตัดสินใจได้ง่าย ๆ อีกแล้ว ริค ซานเชซยังคงเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่ดูเหมือนจะมีคำตอบสำหรับทุกสิ่ง เขาสามารถสร้างเครื่องมือที่มนุษย์ไม่ควรมีไว้ในครอบครอง เปิดทางไปยังมิติที่ไม่มีใครรู้จัก และพูดจาประชดประชันโลกทั้งใบได้อย่างหน้าตาย แต่ภายใต้ความมั่นใจและความทะนงนั้น ริคกลับเป็นคนที่เต็มไปด้วยบาดแผล ความหวาดระแวง และความกลัวว่าจะสูญเสียสิ่งที่ตัวเองผูกพันโดยไม่ยอมรับออกมาตรง ๆ ส่วนมอร์ตี้ หลานชายวัยรุ่นที่ถูกลากออกจากบ้านไปผจญภัยแทบทุกครั้ง ยังคงต้องพยายามประคองสติของตัวเองท่ามกลางความโกลาหล เขาไม่ได้กล้าหาญแบบวีรบุรุษ และไม่ได้มีความรู้มากพอจะเข้าใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ความลังเล ความเห็นอกเห็นใจ และความรู้สึกผิดของเขากลับทำให้มอร์ตี้เป็นคนที่ยังมองเห็นความเป็นมนุษย์ในโลกซึ่งริคมองว่าไม่มีอะไรสำคัญเลย ขณะเดียวกัน ครอบครัวสมิธก็ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของการเดินทางข้ามมิติ เบธพยายามทำความเข้าใจพ่อผู้กลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ทั้งชื่นชมความสามารถของริคและไม่สบายใจกับอิทธิพลที่เขามีต่อทุกคน เจอร์รี่ยังคงเป็นชายธรรมดาที่มักถูกสถานการณ์กดให้ดูไร้ความสำคัญ แต่หลายเหตุการณ์ทำให้เห็นว่าเขาเองก็มีความรู้สึก ความต้องการ และความเปราะบางที่ไม่ควรถูกมองข้าม ส่วนซัมเมอร์ ลูกสาววัยรุ่นของบ้าน ก็เริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทในภารกิจมากขึ้น เธอไม่ได้ยอมเป็นเพียงคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูมิติ และพร้อมพิสูจน์ว่าความกล้าหรือสัญชาตญาณของคนธรรมดาอาจมีประโยชน์ไม่แพ้ความฉลาดระดับอัจฉริยะ เมื่อสมาชิกแต่ละคนถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับโลกของริค ความสัมพันธ์ในครอบครัวจึงค่อย ๆ เปลี่ยนรูป ความรัก ความหึงหวง ความไม่ไว้ใจ และความต้องการการยอมรับปะทะกันอยู่ตลอดเวลา แม้ทุกคนจะยังทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระ แต่เบื้องหลังเสียงตะโกนกลับเต็มไปด้วยคำถามว่า พวกเขายังเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่หรือไม่ในจักรวาลที่มีคนหน้าตาเหมือนกันได้ไม่รู้จบ ภารกิจในซีซั่นนี้พาผู้ชมไปพบกับแนวคิดไซไฟที่ทั้งน่าตื่นเต้นและชวนให้รู้สึกไม่มั่นคง ความทรงจำอาจไม่น่าเชื่อถืออย่างที่คิด ตัวตนของคนคนหนึ่งอาจถูกตั้งคำถามได้เพียงเพราะมีอีกคนปรากฏขึ้นมาในแบบที่แทบแยกไม่ออก และบางโลกก็อาจกำลังเสื่อมสลายโดยไม่มีใครรู้ว่ามันเคยมีอยู่จริงหรือไม่ ริคกับมอร์ตี้ต้องรับมือกับปรสิตเอเลี่ยนที่เล่นกับความทรงจำและความไว้วางใจ จนสมาชิกในบ้านไม่แน่ใจว่าคนรอบตัวเป็นคนที่พวกเขารู้จักจริง ๆ หรือเป็นบางสิ่งที่แทรกซึมเข้ามาอย่างแนบเนียน ขณะเดียวกัน การพบเจอกับเจอร์รี่จากอีกความเป็นไปได้ก็ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ของแท้” กับ “ตัวแทน” ยิ่งสับสน เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ถูกเล่าอย่างจริงจังจนหนักอึ้ง แต่ถูกห่อหุ้มด้วยมุกตลกร้าย การโต้เถียงที่แสบคม และจังหวะวุ่นวายแบบการ์ตูนที่พร้อมพลิกสถานการณ์ตลอดเวลา ยิ่งดูเหมือนเรื่องจะไร้สาระมากเท่าไร คำถามที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ก็ยิ่งตามหลอกหลอนมากขึ้นเท่านั้น เสน่ห์ของ Rick and Morty Season 2 อยู่ที่การทำให้เสียงหัวเราะกับความเศร้าปรากฏขึ้นในฉากเดียวกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ เราอาจหัวเราะกับท่าทีประหลาดของริค ฉากบู๊เหนือจริง หรือความล้มเหลวของเจอร์รี่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าให้อภัย แต่ไม่นานหลังจากนั้น เรื่องอาจปล่อยให้ความเงียบเข้ามาแทนที่ และทำให้เห็นว่าการเดินทางข้ามจักรวาลไม่ได้ทำให้ใครหนีจากความโดดเดี่ยวได้จริง ริคอาจมีเครื่องมือที่พาเขาไปได้ทุกที่ ทว่าเขายังไม่สามารถสร้างคำตอบให้กับความสูญเสียหรือความสัมพันธ์ที่กำลังแตกร้าว มอร์ตี้อาจเริ่มแข็งแกร่งขึ้นจากประสบการณ์มากมาย แต่ทุกการเติบโตย่อมมาพร้อมบาดแผลบางอย่างที่ไม่อาจลบออกง่าย ๆ ซีซั่นนี้จึงไม่ได้มีดีแค่ความตลกแบบเสียดสีและจินตนาการสุดโต่ง หากยังสำรวจเรื่องเวลา ความทรงจำ ความรักในครอบครัว และความหมายของการมีตัวตน โดยไม่เทศนาหรือบังคับให้ผู้ชมต้องคิดเหมือนกัน สำหรับคนที่ชอบแอนนิเมชั่นผู้ใหญ่ที่ไม่เดินตามกรอบเดิม ซีซั่นนี้คือการผจญภัยที่ดูสนุกได้ตั้งแต่นาทีแรก แต่ยิ่งดูต่อก็ยิ่งพบรายละเอียดให้ย้อนกลับไปขบคิด ภาพของสิ่งมีชีวิตประหลาด โลกที่บิดเบี้ยว และเทคโนโลยีล้ำเกินจินตนาการทำให้ทุกตอนมีสีสันเฉพาะตัว ขณะที่บทสนทนาเต็มไปด้วยความกวน ความประชด และมุกที่พุ่งเร็วชนิดที่อาจต้องหยุดย้อนกลับไปฟังอีกครั้ง ทว่าความโดดเด่นที่สุดคือการที่เรื่องไม่ยอมให้ผู้ชมคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์หนึ่งจะจบลงด้วยเสียงหัวเราะ ความระทึก หรือความรู้สึกสะเทือนใจ การเดินทางของริคกับมอร์ตี้จึงไม่ใช่แค่การเที่ยวชมจักรวาลคู่ขนาน แต่เป็นการสำรวจว่ามนุษย์จะยึดอะไรไว้ได้บ้าง เมื่อทุกสิ่งที่เชื่อว่าแน่นอนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หากพร้อมเปิดประตูเข้าสู่โลกที่เหตุผลถูกบิดจนแทบจำไม่ได้ ริค แอนด์ มอร์ตี้ ซีซั่น 2 จะมอบทั้งความบันเทิงสุดปั่นป่วน ความคิดสร้างสรรค์แบบเกินขอบเขต และความรู้สึกค้างคาที่ทำให้การผจญภัยครั้งนี้ติดอยู่ในใจหลังเครดิตจบลงแล้ว.

