

Funny Games
ทำความรู้จัก Funny Games
ครอบครัวชนชั้นกลางที่มีพร้อมทุกอย่างเดินทางสู่บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบด้วยความคาดหวังถึงวันหยุดอันสงบเงียบ แอนและจอร์จคือภาพแทนของชีวิตที่ประสบความสำเร็จ มีบ้านสวย มีเรือใบ มีแผนการพักผ่อนที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินมาถึงจุดที่มั่นคงและเข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดมากมาย ความใกล้ชิดของพวกเขาไม่ใช่ความเร่าร้อนแบบหนุ่มสาว แต่คือความผูกพันของผู้ใหญ่ที่ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันมานาน มีทั้งความไว้ใจ ความเคยชิน และความปรารถนาจะรักษาพื้นที่ส่วนตัวเอาไว้ให้พ้นจากความวุ่นวายของโลกภายนอก การมาถึงของชายหนุ่มสองคนในชุดขาวสะอาดหมดจดที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนบ้านจึงดูเหมือนเป็นเพียงเหตุการณ์รบกวนเล็กๆ ในตอนแรก พวกเขาสุภาพ ยิ้มแย้ม พูดจานุ่มนวล และขอความช่วยเหลือด้วยเรื่องเล็กน้อยอย่างไข่ไก่หรือไม้กอล์ฟ ทว่าภายใต้มารยาทอันเรียบร้อยนั้นกลับมีบางอย่างที่ผิดจังหวะอย่างบอกไม่ถูก สายตาที่จ้องมองนานเกินไป รอยยิ้มที่ไม่ไปถึงดวงตา และการยืนขวางประตูในระยะที่ใกล้เกินกว่าคนแปลกหน้าควรจะยืน หนังใช้ช่วงเวลานี้อย่างอดทนเพื่อสร้างบรรยากาศอึดอัดที่ค่อยๆ ก่อตัว จากความเกรงใจของเจ้าบ้านที่ไม่อยากเสียมารยาท ไปสู่ความรู้สึกว่าตนกำลังสูญเสียอำนาจในการควบคุมบ้านของตัวเองไปทีละน้อย นี่คือจุดที่เรื่องราวเปลี่ยนจากการพักผ่อนไปสู่เกมทางจิตวิทยาที่เดิมพันคือศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ และความหมายของคำว่าครอบครัว พอลและปีเตอร์คือศูนย์กลางของความไม่น่าไว้วางใจทั้งหมด พวกเขาไม่ได้มาในคราบของอาชญากรกระหายเลือดตามสูตรหนังระทึกขวัญทั่วไป ไม่มีการตะโกน ไม่มีการใช้กำลังอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่ต้น แต่เลือกใช้วาจาและกติกาที่พวกเขาสร้างขึ้นเองเป็นอาวุธ พวกเขาพูดถึงความสนุก เกม และการพนันขันต่อราวกับว่าชีวิตของคนตรงหน้าคือหมากบนกระดาน ความเยือกเย็นของพวกเขาน่ากลัวกว่าความโหดร้ายซึ่งหน้า เพราะมันทำให้เหยื่อและคนดูไม่รู้ว่าควรจะต่อต้านเมื่อใดและอย่างไร แอนผู้เป็นภรรยาต้องเปลี่ยนบทบาทจากแม่บ้านผู้ดูแลความเรียบร้อยไปสู่ผู้ที่ต้องประเมินสถานการณ์และปกป้องคนที่เธอรัก ขณะที่จอร์จผู้เป็นสามีต้องเผชิญกับความจริงว่าพละกำลัง เหตุผล และสถานะทางสังคมที่เขาเคยภูมิใจนั้นไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเมื่ออยู่ภายใต้กฎของคนอื่น ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาถูกทดสอบอย่างถึงที่สุดในพื้นที่ปิดของบ้านพัก ความปรารถนาจะมีชีวิตรอดปะทะกับความต้องการจะรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ ไม่ยอมจำนนต่อความอัปยศ ไม่ยอมเล่นตามเกมที่อีกฝ่ายกำหนด หนังไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยฉากไล่ล่าหรือการต่อสู้ทางกายภาพเป็นหลัก แต่ขับเคลื่อนด้วยการเจรจาต่อรอง การข่มขู่ด้วยสายตา และการผลัดกันรุกไล่ทางอารมณ์ที่ทำให้ทุกนาทีเต็มไปด้วยความตึงเครียด สิ่งที่ทำให้เกมหฤหรรษ์ วันหฤโหด แตกต่างจากหนังบุกรุกบ้านเรื่องอื่นอย่างชัดเจนคือท่าทีของผู้กำกับที่มีต่อคนดู หนังเรื่องนี้คือการรีเมกจากผลงานต้นฉบับปี 1997 โดยผู้กำกับคนเดิมอย่างมิชาเอล ฮาเนเก้ ซึ่งเลือกจะเล่าเรื่องเดิมซ้ำแทบจะช็อตต่อช็อตในบริบทของอเมริกา แทนที่จะเพิ่มความสยองหรือความบันเทิงแบบฮอลลีวูด เขากลับลดทอนความสะใจทั้งหมดลงและหันกล้องกลับมาถามคนดูตรงๆ ว่าเหตุใดเราจึงคาดหวังจะเห็นความรุนแรง เหตุใดเราจึงต้องการให้เหยื่อลุกขึ้นสู้และแก้แค้นอย่างสาสม ตัวละครของพอลมักจะหันมามองกล้องหรือพูดในลักษณะที่ทำลายกำแพงระหว่างจอกับผู้ชม ราวกับรู้ว่าเรากำลังเฝ้าดูอยู่และกำลังลุ้นให้เกิดจุดเปลี่ยนบางอย่าง หนังจึงไม่ใช่แค่เรื่องของคู่สามีภรรยาที่ติดอยู่ในบ้าน แต่คือบทวิพากษ์วัฒนธรรมการบริโภคความรุนแรงผ่านสื่ออย่างแหลมคม มันปฏิเสธจะให้ความบันเทิงแบบง่ายๆ ปฏิเสธจะให้ทางออกทางอารมณ์ที่คนดูหนังแนวเดียวกันคุ้นเคย ไม่มีการสร้างฮีโร่ ไม่มีการปลอบประโลมด้วยความยุติธรรมในตอนท้ายระหว่างทาง มีเพียงคำถามที่หนักขึ้นเรื่อยๆ ว่าเส้นแบ่งระหว่างผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ และผู้เฝ้าดูนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่ ความโดดเด่นอีกประการคือการควบคุมจังหวะและภาษาภาพที่เยือกเย็นจนแทบจะไร้ความปราณี กล้องมักจะนิ่ง สังเกตการณ์จากระยะห่าง ไม่พุ่งเข้าไปหาความตื่นเต้น ไม่ตัดสลับอย่างรวดเร็วเพื่อเร้าอารมณ์ หลายฉากปล่อยให้ความเงียบทำงานแทนเสียงดนตรีประกอบ ปล่อยให้เสียงของนาฬิกา เสียงน้ำ เสียงฝีเท้าในบ้านไม้กลายเป็นเครื่องขยายความกลัว การแสดงของนาโอมิ วัตส์ในบทภรรยาและทิม ร็อธในบทสามีเต็มไปด้วยรายละเอียดของความหวาดกลัวที่สมจริง ไม่ใช่ความกลัวแบบตะโกนกรีดร้องตลอดเวลา แต่คือความกลัวที่แสดงออกผ่านการพยายามคงสติ การสบตากันเพื่อสื่อสารโดยไม่ต้องพูด และการตัดสินใจเล็กๆ ที่อาจหมายถึงความเป็นความตาย ขณะที่ไมเคิล พิตต์ในบทพอลถ่ายทอดความน่าขนลุกด้วยความสุภาพและความฉลาดที่ดูเหมือนจะมองทะลุทุกอย่าง หนังเรื่องนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ชมที่ต้องการมากกว่าความระทึกชั่วคราว ต้องการงานที่ท้าทายความคิดและทิ้งรอยแผลในความรู้สึกหลังชมจบ มันคือประสบการณ์การดูหนังที่ไม่ยอมให้เรานั่งอยู่ในที่นั่งคนดูอย่างปลอดภัย แต่ดึงเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเกมโดยไม่รู้ตัว และบีบให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่าแท้จริงแล้วเรากำลังเอาใจช่วยใคร และเราต้องการเห็นอะไรจากเรื่องราวความรุนแรงเช่นนี้
เปิดดู Funny Games ออนไลน์
นักแสดง
คำค้นหายอดนิยม
- หนังระทึกขวัญจิตวิทยา
- เกมจิตวิทยาโหด
- วิพากษ์ความรุนแรงในสื่อ
- หนังรีเมกปี2008
- มิคาเอล ฮาเนเก้
- นาโอมิ วัตส์







