

The Fifth Element
ทำความรู้จัก The Fifth Element
ในศตวรรษที่ 23 มนุษยชาติไม่ได้อาศัยอยู่บนโลกใบเดิมอีกต่อไป เมืองขนาดมหึมาแผ่ขยายขึ้นไปบนท้องฟ้า รถยนต์ลอยตัวแล่นผ่านตึกสูงเสียดฟ้า ผู้คนจากหลากดาวเดินทางข้ามจักรวาลราวกับการขึ้นรถไฟใต้ดิน และเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจนแทบแยกไม่ออกจากความเป็นมนุษย์ ทว่าเบื้องหลังความก้าวหน้าอันน่าตื่นตาตื่นใจ กลับมีภัยพิบัติระดับจักรวาลกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ เมื่อพลังชั่วร้ายโบราณซึ่งปรากฏขึ้นทุกห้าพันปีเริ่มฟื้นคืน มันไม่ใช่ศัตรูที่กองทัพหรืออาวุธธรรมดาจะหยุดยั้งได้ หากปล่อยให้พลังนั้นเข้าถึงโลก มนุษยชาติอาจต้องเผชิญกับการสูญสิ้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความโกลาหล ภารกิจสำคัญจึงตกอยู่ในมือของ คอร์เบน ดัลลัส อดีตทหารฝีมือฉกาจที่ผันตัวมาเป็นคนขับแท็กซี่ในมหานครอนาคต ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย งานที่ไม่มั่นคง และการพยายามเอาตัวรอดไปวัน ๆ จนกระทั่งผู้โดยสารคนหนึ่งกระโดดเข้ามาในรถอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งนั้นลากเขาเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวที่ใหญ่เกินกว่าชะตากรรมของตัวเอง และทำให้ต้องกลับมาใช้ทักษะการต่อสู้ที่คิดว่าทิ้งไว้เบื้องหลังไปแล้ว คอร์เบนไม่ใช่ฮีโร่ผู้กระตือรือร้นอยากช่วยโลก เขาเป็นคนธรรมดาที่มีบาดแผล มีอารมณ์ประชดประชัน และไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ แต่เมื่อความรับผิดชอบถูกโยนใส่มือ เขาก็ต้องตัดสินใจว่าจะวิ่งหนีต่อไป หรือยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อปกป้องสิ่งที่อาจเป็นความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ หญิงสาวลึกลับที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของคอร์เบนคือ ลีลู ผู้มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ แต่กลับมีความสำคัญต่อชะตากรรมของจักรวาลมากกว่าที่ใครคาดคิด เธอตื่นขึ้นมาในโลกที่ไม่รู้จัก พูดภาษาที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ และต้องเรียนรู้ทั้งความรุนแรง ความเห็นแก่ตัว รวมถึงความงดงามของมนุษย์ไปพร้อมกัน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคอร์เบนจึงไม่ได้เริ่มต้นจากความไว้ใจ หากเต็มไปด้วยความสับสน ความห่างเหิน และความจำเป็นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องอยู่เคียงข้างกัน ขณะเดียวกัน บาทหลวงวีโต คอร์เนเลียส ผู้เฝ้ารอคำทำนายเกี่ยวกับวิกฤตครั้งนี้มานาน ก็พยายามนำทางพวกเขาไปสู่คำตอบของภารกิจ ส่วนอีกด้านหนึ่ง ซอร์ก นักธุรกิจผู้ทรงอำนาจและไร้ความปรานี กลับเลือกยืนอยู่ข้างความมืด โดยใช้เงิน อำนาจ และกองกำลังรับจ้างอย่างมิสเตอร์แอ็กคอยต์เพื่อแย่งชิงสิ่งที่สามารถกำหนดอนาคตของทั้งจักรวาล เมื่อเส้นตายใกล้เข้ามา คอร์เบน ลีลู และพันธมิตรจำเป็นต้องออกเดินทางสู่สถานที่ซึ่งอยู่ไกลเกินกว่าขอบเขตของโลก ภารกิจของพวกเขาเกี่ยวพันกับปริศนาโบราณ องค์ประกอบทั้งสี่ของธรรมชาติ และ “ธาตุที่ห้า” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปลุกพลังที่จะปกป้องชีวิตทุกชนิด การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงอุปสรรคจากศัตรูที่ไล่ล่า แต่ยังเต็มไปด้วยการหลอกลวง การแย่งชิง และสถานการณ์ที่ทุกวินาทีอาจหมายถึงความเป็นหรือความตาย คอร์เบนต้องเผชิญทั้งศัตรูที่เหนือชั้น อาวุธทำลายล้าง และความรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกผลักให้รับภารกิจที่ใหญ่เกินกำลัง ขณะที่ลีลูก็ต้องต่อสู้กับคำถามสำคัญว่า เธอเป็นเพียงเครื่องมือของคำทำนาย หรือมีสิทธิ์เลือกเส้นทางของตัวเองกันแน่ ยิ่งเรื่องราวเดินหน้า ความขัดแย้งระหว่างความรักกับความรุนแรง ความหวังกับความสิ้นหวัง และอำนาจของมนุษย์กับพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าจักรวาลก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น The Fifth Element โดดเด่นด้วยการผสมผสานไซไฟ แอ็กชัน ผจญภัย และอารมณ์ขันแบบหลุดโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ โลกอนาคตของเรื่องไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้ดูสมจริงหรือเคร่งขรึมเพียงอย่างเดียว แต่เต็มไปด้วยสีสัน แฟชั่นประหลาด เมืองที่วุ่นวาย สิ่งมีชีวิตจากต่างดาว และตัวละครที่มีคาแรกเตอร์จัดจ้านจนแทบทุกฉากมีชีวิตเป็นของตัวเอง จังหวะการเล่าเรื่องรวดเร็วและเต็มไปด้วยเหตุการณ์ ตั้งแต่การไล่ล่าบนถนนลอยฟ้า การต่อสู้ระยะประชิด ไปจนถึงภารกิจที่พาผู้ชมออกไปไกลถึงอวกาศ ท่ามกลางความมันแบบหนังบู๊ ยังมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การค้นพบความเป็นมนุษย์ ความเชื่อใจ และพลังของการเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้โลกจะดูวุ่นวายและสิ้นหวังเพียงใด ด้วยวิสัยทัศน์ด้านภาพที่โดดเด่น การแสดงอันมีเสน่ห์ของบรูซ วิลลิสและมิลลา โยโววิช รวมถึงตัวร้ายสุดสะเทือนประสาทของแกรี โอลด์แมน นี่คือหนังไซไฟยุค 90 ที่ไม่ได้พยายามเดินตามกรอบเดิม ๆ แต่กล้าพาผู้ชมทะยานผ่านโลกอนาคตอันบ้าคลั่ง สนุก และเต็มไปด้วยจินตนาการ ใครกำลังมองหาหนังดูเอามันที่มีทั้งการผจญภัยระดับจักรวาล ความโรแมนติกแบบแปลกใหม่ และเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาได้ยาก เรื่องนี้ยังคงเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด.

