

Mickey 17
ทำความรู้จัก Mickey 17
ในอนาคตที่โลกกำลังเสื่อมโทรมจนมนุษย์ไม่อาจฝากอนาคตไว้กับดาวเคราะห์บ้านเกิดได้อีกต่อไป กลุ่มผู้บุกเบิกจึงออกเดินทางสู่ดาวน้ำแข็งนีฟล์ไฮม์ ดินแดนอันไกลโพ้นที่เต็มไปด้วยสภาพอากาศโหดร้าย ภูมิประเทศเย็นเยียบ และสิ่งมีชีวิตลึกลับซึ่งไม่ต้อนรับผู้มาเยือนจากโลก ภายใต้ฉากหน้าของภารกิจสร้างอาณานิคมใหม่ให้มนุษยชาติ กลับมีระบบการทำงานที่ฟังดูทั้งน่ากลัวและชวนขบขันในเวลาเดียวกัน เพราะคนที่ถูกส่งไปทำงานเสี่ยงตายไม่ได้มีหน้าที่เพียงสำรวจหรือก่อสร้าง แต่ต้องยอมตายแทนทีมครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้ร่างใหม่ถูกสร้างขึ้นมารับช่วงต่อได้ทันที คนคนนั้นคือ มิคกี้ บาร์นส์ ชายธรรมดาที่ตัดสินใจเข้าร่วมภารกิจในฐานะ “ผู้เสียสละใช้แล้วทิ้ง” ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาไม่มีทางเลือกมากนัก มิคกี้ไม่ใช่นักรบผู้กล้า ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ และไม่ได้มีทักษะพิเศษที่จะทำให้การเอาชีวิตรอดบนดาวต่างถิ่นกลายเป็นเรื่องง่าย เขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่พยายามหลบหนีจากชีวิตเดิมและมองหาความหวังใหม่ให้ตัวเอง ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับพาเขาเข้าสู่สัญญาจ้างงานที่แทบไม่มีใครอยากเซ็นชื่อ ภารกิจแต่ละอย่างอาจจบลงด้วยความตายจากอุบัติเหตุ สภาพแวดล้อมสุดอันตราย หรือการทดลองที่ไม่มีใครอยากรับผิดชอบ และเมื่อมิคกี้เสียชีวิต ร่างโคลนรุ่นถัดไปก็จะถูกปลุกขึ้นมา พร้อมความทรงจำเดิมที่ทำให้ทุกคนมองเขาเป็นเพียงคนคนเดียวที่ถูกนำกลับมาใช้งานใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ระหว่างนั้น เขายังต้องประคองความสัมพันธ์กับ นาชา คนรักที่อยู่ท่ามกลางชีวิตอันกดดันของอาณานิคม และพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีคุณค่า ไม่ได้เป็นเพียงหมายเลขหนึ่งในระบบของคนมีอำนาจ เรื่องราวเริ่มยุ่งเหยิงเกินกว่าจะควบคุม เมื่อมิคกี้หมายเลข 17 รอดชีวิตจากภารกิจที่ทุกคนเชื่อว่าเขาต้องตาย แต่ในเวลาเดียวกัน มิคกี้หมายเลข 18 กลับถูกสร้างขึ้นมาแล้ว นั่นหมายความว่าบนดาวนีฟล์ไฮม์มีมิคกี้อยู่พร้อมกันถึงสองคน ซึ่งตามกฎของอาณานิคมถือเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างร้ายแรง ความผิดพลาดที่ดูเหมือนเป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคจึงกลายเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของทั้งคู่ทันที พวกเขาต้องหลบซ่อนจากเจ้าหน้าที่และคนในคณะสำรวจ ขณะเดียวกันก็ต้องหาวิธีรับมือกับความแตกต่างระหว่างตัวตน ความทรงจำ และความรู้สึกของคนสองคนที่เริ่มตั้งคำถามว่า ใครกันแน่คือ “มิคกี้ตัวจริง” หรือแท้จริงแล้วคำว่าตัวจริงอาจไม่มีความหมายอีกต่อไปในโลกที่มนุษย์ถูกทำซ้ำได้เหมือนสิ่งของ สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อภารกิจบนดาวเคราะห์แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องการเอาชีวิตรอด แต่เกี่ยวพันกับอำนาจ การเมือง และความทะเยอทะยานของผู้นำอาณานิคมอย่าง เคนเนธ มาร์แชล ชายผู้มองอนาคตของมนุษยชาติเป็นโครงการที่ต้องควบคุมทุกอย่างให้ได้ เขาต้องการสร้างสังคมใหม่ตามแบบที่ตนเองเชื่อ และพร้อมผลักคนอื่นให้รับความเสี่ยงแทน โดยอาศัยคำสวยหรูเรื่องความก้าวหน้าและความอยู่รอดของส่วนรวม ท่ามกลางแรงกดดันจากผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และผู้คนที่เริ่มหวาดระแวงต่อสิ่งมีชีวิตบนดาว มิคกี้กับร่างอีกคนจึงไม่ได้ต่อสู้เพียงเพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับระบบที่พร้อมลบตัวตนของพวกเขาทิ้ง หากการมีอยู่ของพวกเขากลายเป็นอุปสรรคต่อแผนการใหญ่ ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับโลกใหม่ค่อย ๆ เชื่อมโยงเข้ากับคำถามว่า มนุษย์มีสิทธิ์มากแค่ไหนในการเข้ายึดครองดินแดนที่ไม่ใช่ของตัวเอง และเมื่อสิ่งที่ถูกมองเป็นภัยอาจมีเหตุผลหรือความรู้สึกไม่ต่างจากมนุษย์ การเอาชีวิตรอดของฝ่ายหนึ่งจำเป็นต้องหมายถึงการทำลายอีกฝ่ายจริงหรือ เสน่ห์ของ มิกกี้ 17 อยู่ที่การผสมความตลกร้ายเข้ากับบรรยากาศไซไฟและการผจญภัยได้อย่างมีเอกลักษณ์ เหตุการณ์ที่ควรน่าสยดสยองกลับถูกเล่าผ่านสถานการณ์ชวนอึดอัดและปฏิกิริยาของชายคนหนึ่งที่ไม่เคยพร้อมสำหรับการเป็นฮีโร่ เสียงหัวเราะจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเรื่องราวเบาสมอง แต่เกิดจากความย้อนแย้งของโลกที่สามารถวางราคาชีวิตมนุษย์ไว้ในสัญญาจ้างงาน และพูดถึงการเสียสละราวกับเป็นขั้นตอนปกติของการทำงาน ขณะเดียวกัน หนังยังค่อย ๆ เปิดพื้นที่ให้เห็นความเปราะบางของมิคกี้ ความรักที่เขาพยายามรักษาไว้ ความกลัวต่อการถูกแทนที่ และความต้องการพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ นั่นคือการได้รับการยอมรับว่าเรามีตัวตนจริง ภายใต้การกำกับของ บงจุนโฮ และการแสดงที่คาดเดาได้ยากของ โรเบิร์ต แพตทินสัน เรื่องนี้จึงไม่ได้มีดีแค่ภาพของดาวต่างโลกหรือความวุ่นวายจากร่างโคลน แต่ยังเป็นการเสียดสีระบบอำนาจ ทุนนิยม และความคิดที่ว่าคนบางคนสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ได้อย่างไม่มีปัญหา หากคุณชอบหนังไซไฟที่มีโลกแปลกประหลาด ตัวละครหลุดโลก อารมณ์ขันดำ ๆ และประเด็นให้ขบคิดหลังดูจบ มิกกี้ 17 คือการเดินทางที่ทั้งสนุก ลุ้นระทึก และชวนสงสัยไปพร้อมกันว่า เมื่อเราสามารถตายแล้วถูกสร้างขึ้นมาใหม่ได้ สิ่งใดกันแน่ที่ทำให้เรายังคงเป็นมนุษย์.

