ตัวอย่าง Steve Jobs
ตัวอย่าง Steve Jobs
Steve Jobs

Steve Jobs

สตีฟ จ็อบส์
★ 6.8/10 2015 122 นาที ภาพยนตร์ ประวัติศาสตร์ หนังชีวิต

ทำความรู้จัก Steve Jobs

เบื้องหลังเวทีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนกำลังรอคอย ไม่ได้มีเพียงแสงไฟ เสียงปรบมือ และคำพูดที่เตรียมมาอย่างสมบูรณ์แบบ หากยังเต็มไปด้วยแรงกดดัน การโต้เถียง และความสัมพันธ์ที่พร้อมแตกร้าวได้ทุกเมื่อ นั่นคือโลกของ “Steve Jobs” ภาพยนตร์ชีวประวัติที่เลือกเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาสำคัญก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สามครั้งในชีวิตการงานของสตีฟ จ็อบส์ ชายผู้เชื่อว่าคอมพิวเตอร์ไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือของนักธุรกิจหรือผู้เชี่ยวชาญ แต่ควรเปลี่ยนวิธีที่คนธรรมดามองโลกและใช้ชีวิต เรื่องราวจึงไม่ได้พาผู้ชมไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวันที่เขากลายเป็นตำนาน แต่พาเข้าไปอยู่ในพื้นที่หลังเวที ซึ่งทุกนาทีเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความคาดหวัง และคำถามว่าผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะถูกนำเสนอจะยิ่งใหญ่พอจะเปลี่ยนอนาคตได้จริงหรือไม่ ในปี 1984 สตีฟกำลังเตรียมเปิดตัว Macintosh ผลงานที่เขามองว่าเป็นมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่คือคำประกาศถึงยุคใหม่ของเทคโนโลยี เขาต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การทำงานของเครื่อง คำพูดบนเวที ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนอื่นอาจมองข้าม ทว่าในช่วงเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่นาทีก่อนการแสดงจะเริ่ม ปัญหากลับประดังเข้ามาไม่หยุด เครื่องไม่ยอมพูดตามที่เขาต้องการ ทีมงานต้องรับมือกับคำสั่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะที่สตีฟยังคงยืนกรานว่าความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยไม่ควรเกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป เหตุการณ์เบื้องหลังการเปิดตัวจึงค่อย ๆ กลายเป็นสนามรบทางความคิด ที่คนรอบตัวต้องตัดสินใจว่าจะยอมทำตามวิสัยทัศน์อันแข็งกร้าวของเขา หรือจะเผชิญหน้าเพื่อบอกความจริงที่เจ้าตัวไม่อยากฟัง คนที่ต้องอยู่ใกล้สตีฟมากที่สุดคือโจแอนนา ฮอฟฟ์แมน ผู้บริหารฝ่ายการตลาดและผู้ช่วยคนสนิทที่รับบทโดยเคต วินสเล็ต เธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าตอบโต้เขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน บุคลิก หรือวิธีที่เขาปฏิบัติต่อผู้คน โจแอนนาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดการความวุ่นวายก่อนการแถลงข่าว แต่ยังพยายามดึงสตีฟกลับมามองเห็นผลกระทบจากการตัดสินใจของตัวเอง ทั้งในฐานะหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และคนคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับผู้คนรอบข้าง ขณะเดียวกัน สตีฟ วอซเนียก ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิล รับบทโดยเซธ โรเกน ยังคงเป็นเสียงแทนของวิศวกรและทีมงานที่ต้องการให้ความสำเร็จได้รับการยอมรับว่าไม่ได้เกิดจากบุคคลเพียงคนเดียว ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองสะท้อนคำถามสำคัญว่า ใครกันแน่คือผู้สร้างตัวจริง ผู้ที่ลงมือประดิษฐ์ หรือผู้ที่มองเห็นภาพฝันและผลักดันให้มันเกิดขึ้น เมื่อเรื่องราวเดินทางไปสู่การเปิดตัว NeXT ในปี 1988 สถานการณ์ของสตีฟกลับไม่ได้มั่นคงอย่างที่เขาต้องการ หลังจากต้องแยกตัวออกจากบริษัทเดิม เขาพยายามสร้างเครื่องจักรและองค์กรใหม่ให้พิสูจน์ว่าแนวคิดของเขายังมีคุณค่า แม้จะไม่มีชื่อของแอปเปิลคอยค้ำจุนอีกต่อไป การกลับมาพบกับจอห์น สคัลลีย์ อดีตผู้บริหารที่เคยมีบทบาทสำคัญในเส้นทางของเขา ทำให้บาดแผลเก่าและความคับข้องใจถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง เจฟฟ์ แดเนียลส์ถ่ายทอดตัวละครชายผู้ดูสุขุมแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ขณะที่ไมเคิล สตูลบาร์กในบทแอนดี เฮิร์ตซ์เฟลด์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ผู้ต้องคอยรับมือกับคำสั่งและอารมณ์ของสตีฟ ช่วยให้เห็นว่าภายใต้ภาษาที่เฉียบคมและความมั่นใจอันแรงกล้า ยังมีผู้คนมากมายที่ต้องแบกรับผลจากการตัดสินใจของเขา รวมถึงลิซ่า ลูกสาวของสตีฟ ซึ่งความสัมพันธ์กับพ่อกลายเป็นปมสำคัญที่เขาไม่อาจหลบเลี่ยงได้ตลอดไป เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 1998 และการเปิดตัว iMac ผู้ชมจะได้เห็นสตีฟในช่วงที่ชื่อเสียงและอำนาจของเขากลับมาอยู่ในจุดที่โลกจับตามองอีกครั้ง แต่ความสำเร็จภายนอกไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งภายในจะหายไป เขายังคงต้องปะทะกับคนใกล้ชิด ต้องรับฟังคำถามเกี่ยวกับอดีต และต้องเผชิญหน้ากับภาพของตัวเองในฐานะชายผู้มักให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าความรู้สึกของคนรอบข้าง ภาพยนตร์ใช้บทสนทนาที่รวดเร็ว คมคาย และเต็มไปด้วยแรงเสียดทานเป็นเครื่องมือเปิดเผยตัวตนของสตีฟ ทุกคำพูดอาจเป็นทั้งคำสั่ง การป้องกันตัว หรือความพยายามซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ใต้ท่าทีที่ควบคุมทุกอย่างได้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องราวของอัจฉริยะผู้ไร้ตำหนิ แต่เป็นการสำรวจชายผู้มีพรสวรรค์ในการมองเห็นอนาคต ทว่าอาจมองข้ามความรู้สึกของผู้คนที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง เสน่ห์ของ “Steve Jobs” อยู่ที่การทำให้เวทีเปิดตัวสินค้าแต่ละครั้งกลายเป็นพื้นที่สะท้อนชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง สินค้าที่กำลังจะปรากฏต่อสายตาสาธารณะอาจเป็นตัวแทนของความทะเยอทะยาน ความพ่ายแพ้ การเริ่มต้นใหม่ หรือความต้องการพิสูจน์ว่าตนเองยังมีความสำคัญเพียงใด ทุกช่วงเวลาที่สตีฟเดินผ่านทางเดินหลังเวทีจึงให้ความรู้สึกราวกับเขากำลังเข้าใกล้ความจริงบางอย่างที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีหรือคำพูดอันสวยหรู การแสดงของมิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์ช่วยเติมมิติให้ตัวละครมีทั้งความน่าหลงใหล ความน่าหงุดหงิด และความเปราะบางในคนเดียวกัน ขณะที่นักแสดงสมทบทุกคนทำให้การปะทะทางอารมณ์มีน้ำหนักและเป็นธรรมชาติ หากคุณชื่นชอบหนังชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยบทสนทนา ตัวละครเข้มข้น และคำถามเกี่ยวกับราคาของความสำเร็จ เรื่องนี้จะพาไปมองตำนานของสตีฟ จ็อบส์ในมุมที่ใกล้ชิดกว่าภาพจำของผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยี และชวนคิดต่อว่า การเปลี่ยนโลกอาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่มนุษย์คนหนึ่งต้องรับผิดชอบ เพราะบางครั้งสิ่งที่ยากที่สุดคือการเรียนรู้ว่าจะรักษาคนสำคัญเอาไว้ได้อย่างไร ระหว่างการเดินหน้าตามความฝันของตัวเอง.

รายละเอียด Steve Jobs

เบื้องหลังเวทีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนกำลังรอคอย ไม่ได้มีเพียงแสงไฟ เสียงปรบมือ และคำพูดที่เตรียมมาอย่างสมบูรณ์แบบ หากยังเต็มไปด้วยแรงกดดัน การโต้เถียง และความสัมพันธ์ที่พร้อมแตกร้าวได้ทุกเมื่อ นั่นคือโลกของ “Steve Jobs” ภาพยนตร์ชีวประวัติที่เลือกเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาสำคัญก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สามครั้งในชีวิตการงานของสตีฟ จ็อบส์ ชายผู้เชื่อว่าคอมพิวเตอร์ไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือของนักธุรกิจหรือผู้เชี่ยวชาญ แต่ควรเปลี่ยนวิธีที่คนธรรมดามองโลกและใช้ชีวิต เรื่องราวจึงไม่ได้พาผู้ชมไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวันที่เขากลายเป็นตำนาน แต่พาเข้าไปอยู่ในพื้นที่หลังเวที ซึ่งทุกนาทีเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความคาดหวัง และคำถามว่าผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะถูกนำเสนอจะยิ่งใหญ่พอจะเปลี่ยนอนาคตได้จริงหรือไม่

ในปี 1984 สตีฟกำลังเตรียมเปิดตัว Macintosh ผลงานที่เขามองว่าเป็นมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่คือคำประกาศถึงยุคใหม่ของเทคโนโลยี เขาต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การทำงานของเครื่อง คำพูดบนเวที ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนอื่นอาจมองข้าม ทว่าในช่วงเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่นาทีก่อนการแสดงจะเริ่ม ปัญหากลับประดังเข้ามาไม่หยุด เครื่องไม่ยอมพูดตามที่เขาต้องการ ทีมงานต้องรับมือกับคำสั่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะที่สตีฟยังคงยืนกรานว่าความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยไม่ควรเกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป เหตุการณ์เบื้องหลังการเปิดตัวจึงค่อย ๆ กลายเป็นสนามรบทางความคิด ที่คนรอบตัวต้องตัดสินใจว่าจะยอมทำตามวิสัยทัศน์อันแข็งกร้าวของเขา หรือจะเผชิญหน้าเพื่อบอกความจริงที่เจ้าตัวไม่อยากฟัง

คนที่ต้องอยู่ใกล้สตีฟมากที่สุดคือโจแอนนา ฮอฟฟ์แมน ผู้บริหารฝ่ายการตลาดและผู้ช่วยคนสนิทที่รับบทโดยเคต วินสเล็ต เธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าตอบโต้เขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน บุคลิก หรือวิธีที่เขาปฏิบัติต่อผู้คน โจแอนนาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดการความวุ่นวายก่อนการแถลงข่าว แต่ยังพยายามดึงสตีฟกลับมามองเห็นผลกระทบจากการตัดสินใจของตัวเอง ทั้งในฐานะหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และคนคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับผู้คนรอบข้าง ขณะเดียวกัน สตีฟ วอซเนียก ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิล รับบทโดยเซธ โรเกน ยังคงเป็นเสียงแทนของวิศวกรและทีมงานที่ต้องการให้ความสำเร็จได้รับการยอมรับว่าไม่ได้เกิดจากบุคคลเพียงคนเดียว ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองสะท้อนคำถามสำคัญว่า ใครกันแน่คือผู้สร้างตัวจริง ผู้ที่ลงมือประดิษฐ์ หรือผู้ที่มองเห็นภาพฝันและผลักดันให้มันเกิดขึ้น

เมื่อเรื่องราวเดินทางไปสู่การเปิดตัว NeXT ในปี 1988 สถานการณ์ของสตีฟกลับไม่ได้มั่นคงอย่างที่เขาต้องการ หลังจากต้องแยกตัวออกจากบริษัทเดิม เขาพยายามสร้างเครื่องจักรและองค์กรใหม่ให้พิสูจน์ว่าแนวคิดของเขายังมีคุณค่า แม้จะไม่มีชื่อของแอปเปิลคอยค้ำจุนอีกต่อไป การกลับมาพบกับจอห์น สคัลลีย์ อดีตผู้บริหารที่เคยมีบทบาทสำคัญในเส้นทางของเขา ทำให้บาดแผลเก่าและความคับข้องใจถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง เจฟฟ์ แดเนียลส์ถ่ายทอดตัวละครชายผู้ดูสุขุมแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ขณะที่ไมเคิล สตูลบาร์กในบทแอนดี เฮิร์ตซ์เฟลด์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ผู้ต้องคอยรับมือกับคำสั่งและอารมณ์ของสตีฟ ช่วยให้เห็นว่าภายใต้ภาษาที่เฉียบคมและความมั่นใจอันแรงกล้า ยังมีผู้คนมากมายที่ต้องแบกรับผลจากการตัดสินใจของเขา รวมถึงลิซ่า ลูกสาวของสตีฟ ซึ่งความสัมพันธ์กับพ่อกลายเป็นปมสำคัญที่เขาไม่อาจหลบเลี่ยงได้ตลอดไป

เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 1998 และการเปิดตัว iMac ผู้ชมจะได้เห็นสตีฟในช่วงที่ชื่อเสียงและอำนาจของเขากลับมาอยู่ในจุดที่โลกจับตามองอีกครั้ง แต่ความสำเร็จภายนอกไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งภายในจะหายไป เขายังคงต้องปะทะกับคนใกล้ชิด ต้องรับฟังคำถามเกี่ยวกับอดีต และต้องเผชิญหน้ากับภาพของตัวเองในฐานะชายผู้มักให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าความรู้สึกของคนรอบข้าง ภาพยนตร์ใช้บทสนทนาที่รวดเร็ว คมคาย และเต็มไปด้วยแรงเสียดทานเป็นเครื่องมือเปิดเผยตัวตนของสตีฟ ทุกคำพูดอาจเป็นทั้งคำสั่ง การป้องกันตัว หรือความพยายามซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ใต้ท่าทีที่ควบคุมทุกอย่างได้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องราวของอัจฉริยะผู้ไร้ตำหนิ แต่เป็นการสำรวจชายผู้มีพรสวรรค์ในการมองเห็นอนาคต ทว่าอาจมองข้ามความรู้สึกของผู้คนที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง

เสน่ห์ของ “Steve Jobs” อยู่ที่การทำให้เวทีเปิดตัวสินค้าแต่ละครั้งกลายเป็นพื้นที่สะท้อนชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง สินค้าที่กำลังจะปรากฏต่อสายตาสาธารณะอาจเป็นตัวแทนของความทะเยอทะยาน ความพ่ายแพ้ การเริ่มต้นใหม่ หรือความต้องการพิสูจน์ว่าตนเองยังมีความสำคัญเพียงใด ทุกช่วงเวลาที่สตีฟเดินผ่านทางเดินหลังเวทีจึงให้ความรู้สึกราวกับเขากำลังเข้าใกล้ความจริงบางอย่างที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีหรือคำพูดอันสวยหรู การแสดงของมิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์ช่วยเติมมิติให้ตัวละครมีทั้งความน่าหลงใหล ความน่าหงุดหงิด และความเปราะบางในคนเดียวกัน ขณะที่นักแสดงสมทบทุกคนทำให้การปะทะทางอารมณ์มีน้ำหนักและเป็นธรรมชาติ หากคุณชื่นชอบหนังชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยบทสนทนา ตัวละครเข้มข้น และคำถามเกี่ยวกับราคาของความสำเร็จ เรื่องนี้จะพาไปมองตำนานของสตีฟ จ็อบส์ในมุมที่ใกล้ชิดกว่าภาพจำของผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยี และชวนคิดต่อว่า การเปลี่ยนโลกอาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่มนุษย์คนหนึ่งต้องรับผิดชอบ เพราะบางครั้งสิ่งที่ยากที่สุดคือการเรียนรู้ว่าจะรักษาคนสำคัญเอาไว้ได้อย่างไร ระหว่างการเดินหน้าตามความฝันของตัวเอง.

เปิดดู Steve Jobs ออนไลน์

นักแสดง

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์

Steve Jobs
เคต วินสเล็ต

เคต วินสเล็ต

Joanna Hoffman
เซธ โรเกน

เซธ โรเกน

Steve Wozniak
เจฟฟ์ แดเนียลส์

เจฟฟ์ แดเนียลส์

John Sculley
ไมเคิล สตูลบาร์ก

ไมเคิล สตูลบาร์ก

Andy Hertzfeld
Katherine Waterston

Katherine Waterston

Chrisann Brennan

ป้ายกำกับ