ตัวอย่าง The Boys Season 1
The Boys Season 1

The Boys Season 1

ก๊วนหนุ่มซ่าล่าซูเปอร์ฮีโร่ ซีซั่น 1
★ 8.5/10 2019 ซีรีส์

ทำความรู้จัก The Boys Season 1

ในโลกที่ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้เป็นเพียงผู้พิทักษ์เมือง แต่เป็นสินค้าราคาแพงของบริษัทขนาดยักษ์ เหล่าผู้มีพลังพิเศษถูกสร้างภาพให้กลายเป็นคนดังระดับประเทศ มีแฟนคลับคอยติดตาม มีโฆษณารายได้มหาศาล และมีทีมประชาสัมพันธ์คอยจัดการทุกข่าวฉาว ขณะที่ผู้คนทั่วไปต่างเชื่อว่าพวกเขาคือกำแพงสุดท้ายระหว่างความปลอดภัยกับหายนะ แต่เบื้องหลังรอยยิ้มบนโปสเตอร์และคำพูดสวยหรู อาจซ่อนความลับที่เลวร้ายเกินกว่าสังคมจะยอมรับ “ก๊วนหนุ่มซ่าล่าซูเปอร์ฮีโร่ ซีซั่น 1” หรือ The Boys พาผู้ชมเข้าไปสำรวจด้านมืดของโลกซูเปอร์ฮีโร่ผ่านมุมมองที่ดิบ เถื่อน เสียดสี และไม่ไว้หน้าใคร เมื่อพลังเหนือมนุษย์ถูกผูกเข้ากับเงิน อำนาจ และชื่อเสียง คำว่า “ฮีโร่” จึงอาจเป็นเพียงฉลากที่ถูกใช้เพื่อปกปิดความจริงเท่านั้น เรื่องราวเริ่มต้นจากฮิวอี้ แคมป์เบลล์ ชายหนุ่มธรรมดาที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับแฟนสาว จนเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพรากทุกอย่างไปจากเขาในพริบตา สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความสูญเสียคือการได้เห็นผู้มีพลังซึ่งเป็นต้นเหตุยังคงได้รับการปกป้องจากบริษัทและสังคม ราวกับชีวิตของคนธรรมดาไม่มีความหมายมากพอจะเรียกร้องความยุติธรรม ฮิวอี้จึงถูกดึงเข้าไปพบกับบิลลี่ บุตเชอร์ ชายลึกลับเจ้าอารมณ์ ผู้มีรอยยิ้มเย็นชา คำพูดเจ็บแสบ และแรงแค้นที่ฝังลึกต่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ บุตเชอร์ชักชวนเขาเข้าร่วมภารกิจของกลุ่ม “เดอะบอยส์” ซึ่งประกอบด้วยคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจของผู้มีพลัง แม้พวกเขาจะไม่มีพลังพิเศษ ไม่มีเกราะวิเศษ และไม่มีใครคอยปรบมือให้ก็ตาม การรวมตัวของเดอะบอยส์ไม่ใช่ภารกิจอุดมคติของกลุ่มผู้ผดุงคุณธรรม พวกเขาเต็มไปด้วยบาดแผล ความแค้น และวิธีการที่พร้อมจะก้าวข้ามเส้นศีลธรรมอยู่เสมอ นอกจากบุตเชอร์กับฮิวอี้แล้ว ยังมีมาร์วิน มิลค์ หรือเอ็มเอ็ม ชายผู้พยายามรักษาความเป็นระบบเอาไว้ท่ามกลางความบ้าคลั่งของทีม ฟร็องชี อดีตนักอาชญากรรมที่มีทักษะเฉพาะตัวและคาดเดาได้ยาก รวมถึงคิมิโกะ หญิงสาวลึกลับผู้มีอดีตอันเจ็บปวดและไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดมากมายเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง แต่ละคนเข้าร่วมทีมด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน ทว่าเมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีทั้งพลังมหาศาลและอิทธิพลครอบคลุมไปถึงรัฐบาล สื่อ และประชาชน การเดินหน้าต่อจึงกลายเป็นเรื่องของการพึ่งพากัน แม้จะไม่ไว้วางใจกันอย่างเต็มที่ก็ตาม อีกด้านหนึ่งคือเดอะเซเว่น ทีมซูเปอร์ฮีโร่ระดับแนวหน้าที่ถูกนำเสนอราวกับเป็นผู้พิทักษ์แห่งยุคสมัย นำโดยโฮมแลนเดอร์ บุรุษผู้มีภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบ แข็งแกร่งเหนือใคร และได้รับความรักจากผู้คนทั่วประเทศ แต่ภายใต้สายตาที่ดูมั่นใจและรอยยิ้มอันน่าเชื่อถือ กลับมีบางอย่างที่ทำให้เขาน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าศัตรูที่ประกาศตัวอย่างเปิดเผย สมาชิกคนใหม่อย่างแอนนี่ แจนัวรี หรือสตาร์ไลต์ ก้าวเข้าสู่ทีมด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความฝัน เธอเติบโตมากับความเชื่อว่าซูเปอร์ฮีโร่คือผู้เสียสละและควรยืนอยู่ข้างผู้บริสุทธิ์ ทว่าความจริงภายในองค์กรกลับแตกต่างจากสิ่งที่เธอเคยจินตนาการโดยสิ้นเชิง การพบกันระหว่างแอนนี่กับฮิวอี้จึงกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ช่วยเปิดเผยความขัดแย้งภายในใจของทั้งคู่ คนหนึ่งกำลังพยายามทำความเข้าใจกับความสูญเสียและแรงแค้น อีกคนกำลังต่อสู้เพื่อรักษาความเชื่อของตัวเองเอาไว้ในสถานที่ที่ทุกอย่างถูกควบคุมด้วยผลประโยชน์ เมื่อเดอะบอยส์เริ่มสืบหาความจริงเกี่ยวกับเหล่าผู้มีพลัง พวกเขาพบว่าศัตรูไม่ได้มีเพียงซูเปอร์ฮีโร่ที่ใช้อำนาจอย่างไร้ความรับผิดชอบ แต่ยังมีระบบขนาดใหญ่ที่ช่วยทำให้ความผิดกลายเป็นข่าวเงียบ และเปลี่ยนโศกนาฏกรรมของผู้คนให้กลายเป็นตัวเลขในรายงานหรือภาพลักษณ์ทางการตลาด ทุกหลักฐานที่พวกเขาได้มาล้วนมีราคาต้องจ่าย การเปิดโปงแต่ละครั้งอาจหมายถึงการถูกตามล่า การสูญเสียคนสำคัญ หรือการทำให้เป้าหมายมองเห็นพวกเขาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน แรงแค้นของบุตเชอร์ก็รุนแรงจนบางครั้งแม้แต่พวกเดียวกันยังต้องตั้งคำถามว่า เขาต้องการความยุติธรรมจริง ๆ หรือเพียงต้องการลากทุกคนลงไปในความพินาศพร้อมกับตัวเอง ส่วนฮิวอี้ก็ต้องเรียนรู้ว่าการต่อสู้กับผู้มีพลังไม่ใช่เรื่องของความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว แต่คือการตัดสินใจครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เขาพร้อมจะสูญเสียอะไรเพื่อเอาคืนให้กับคนที่จากไป เสน่ห์ของ The Boys ซีซั่นแรกอยู่ที่การไม่ปล่อยให้ผู้ชมมองโลกเป็นเพียงการต่อสู้ระหว่างฝ่ายดีและฝ่ายร้ายอย่างง่ายดาย ซูเปอร์ฮีโร่บางคนอาจมีความเปราะบางซ่อนอยู่หลังชื่อเสียง ขณะที่คนธรรมดาผู้ลุกขึ้นต่อต้านก็ไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์หรือทำทุกอย่างด้วยเจตนาดีเสมอไป ซีรีส์ตั้งคำถามอย่างเจ็บแสบว่า หากสังคมยอมให้อภัยคนที่ตนเองชื่นชอบเพียงเพราะเขามีภาพลักษณ์งดงาม ความจริงจะยังมีความหมายอยู่หรือไม่ และถ้าผู้ถูกกดขี่ต้องใช้วิธีรุนแรงเพื่อโค่นล้มผู้กดขี่ พวกเขาจะยังแตกต่างจากศัตรูได้อีกนานแค่ไหน เรื่องราวเต็มไปด้วยแอ็กชันที่หนักมือ ความรุนแรงแบบไม่ประนีประนอม อารมณ์ขันดำมืด และการเสียดสีวัฒนธรรมคนดังได้อย่างถึงพริกถึงขิง แต่ท่ามกลางความดุเดือดนั้นยังมีหัวใจของตัวละครที่กำลังพยายามรับมือกับความสูญเสีย ความรัก ความกลัว และความปรารถนาที่จะเชื่อว่าตัวเองยังสามารถทำสิ่งที่ถูกต้องได้ สำหรับผู้ชมที่คุ้นเคยกับภาพซูเปอร์ฮีโร่ในแบบผู้กอบกู้ผู้บริสุทธิ์ The Boys คือการพลิกโต๊ะครั้งใหญ่ที่ทั้งสะใจและชวนอึดอัดในเวลาเดียวกัน ซีรีส์ไม่ได้ขายเพียงฉากต่อสู้หรือพลังพิเศษ แต่ใช้โลกของฮีโร่เป็นกระจกสะท้อนความหลงใหลในชื่อเสียง การผูกขาดอำนาจ การสร้างข่าว และความง่ายดายที่สังคมพร้อมจะเชื่อในภาพสวยงามมากกว่าความจริง ทุกตอนค่อย ๆ เพิ่มแรงกดดันให้กับเดอะบอยส์ พร้อมผลักตัวละครให้เข้าใกล้เส้นแบ่งที่พวกเขาเคยสาบานว่าจะไม่ข้าม ด้วยการแสดงที่เข้มข้น โดยเฉพาะคาร์ล เออร์บันในบทบุตเชอร์ แจ็ค เควดในบทฮิวอี้ และแอนโทนี สตาร์ในบทโฮมแลนเดอร์ ซีซั่นแรกจึงกลายเป็นการเดินทางสุดดาร์กที่ทั้งบ้าระห่ำ น่าติดตาม และชวนตั้งคำถามไม่หยุดว่า ในโลกที่ผู้ปกป้องอาจน่ากลัวกว่าผู้ร้าย ใครกันแน่ที่จะกล้ายืนขึ้นแล้วล่าฮีโร่กลับคืนมา

รายละเอียด The Boys Season 1

ในโลกที่ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้เป็นเพียงผู้พิทักษ์เมือง แต่เป็นสินค้าราคาแพงของบริษัทขนาดยักษ์ เหล่าผู้มีพลังพิเศษถูกสร้างภาพให้กลายเป็นคนดังระดับประเทศ มีแฟนคลับคอยติดตาม มีโฆษณารายได้มหาศาล และมีทีมประชาสัมพันธ์คอยจัดการทุกข่าวฉาว ขณะที่ผู้คนทั่วไปต่างเชื่อว่าพวกเขาคือกำแพงสุดท้ายระหว่างความปลอดภัยกับหายนะ แต่เบื้องหลังรอยยิ้มบนโปสเตอร์และคำพูดสวยหรู อาจซ่อนความลับที่เลวร้ายเกินกว่าสังคมจะยอมรับ “ก๊วนหนุ่มซ่าล่าซูเปอร์ฮีโร่ ซีซั่น 1” หรือ The Boys พาผู้ชมเข้าไปสำรวจด้านมืดของโลกซูเปอร์ฮีโร่ผ่านมุมมองที่ดิบ เถื่อน เสียดสี และไม่ไว้หน้าใคร เมื่อพลังเหนือมนุษย์ถูกผูกเข้ากับเงิน อำนาจ และชื่อเสียง คำว่า “ฮีโร่” จึงอาจเป็นเพียงฉลากที่ถูกใช้เพื่อปกปิดความจริงเท่านั้น

เรื่องราวเริ่มต้นจากฮิวอี้ แคมป์เบลล์ ชายหนุ่มธรรมดาที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับแฟนสาว จนเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพรากทุกอย่างไปจากเขาในพริบตา สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความสูญเสียคือการได้เห็นผู้มีพลังซึ่งเป็นต้นเหตุยังคงได้รับการปกป้องจากบริษัทและสังคม ราวกับชีวิตของคนธรรมดาไม่มีความหมายมากพอจะเรียกร้องความยุติธรรม ฮิวอี้จึงถูกดึงเข้าไปพบกับบิลลี่ บุตเชอร์ ชายลึกลับเจ้าอารมณ์ ผู้มีรอยยิ้มเย็นชา คำพูดเจ็บแสบ และแรงแค้นที่ฝังลึกต่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ บุตเชอร์ชักชวนเขาเข้าร่วมภารกิจของกลุ่ม “เดอะบอยส์” ซึ่งประกอบด้วยคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจของผู้มีพลัง แม้พวกเขาจะไม่มีพลังพิเศษ ไม่มีเกราะวิเศษ และไม่มีใครคอยปรบมือให้ก็ตาม

การรวมตัวของเดอะบอยส์ไม่ใช่ภารกิจอุดมคติของกลุ่มผู้ผดุงคุณธรรม พวกเขาเต็มไปด้วยบาดแผล ความแค้น และวิธีการที่พร้อมจะก้าวข้ามเส้นศีลธรรมอยู่เสมอ นอกจากบุตเชอร์กับฮิวอี้แล้ว ยังมีมาร์วิน มิลค์ หรือเอ็มเอ็ม ชายผู้พยายามรักษาความเป็นระบบเอาไว้ท่ามกลางความบ้าคลั่งของทีม ฟร็องชี อดีตนักอาชญากรรมที่มีทักษะเฉพาะตัวและคาดเดาได้ยาก รวมถึงคิมิโกะ หญิงสาวลึกลับผู้มีอดีตอันเจ็บปวดและไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดมากมายเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง แต่ละคนเข้าร่วมทีมด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน ทว่าเมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีทั้งพลังมหาศาลและอิทธิพลครอบคลุมไปถึงรัฐบาล สื่อ และประชาชน การเดินหน้าต่อจึงกลายเป็นเรื่องของการพึ่งพากัน แม้จะไม่ไว้วางใจกันอย่างเต็มที่ก็ตาม

อีกด้านหนึ่งคือเดอะเซเว่น ทีมซูเปอร์ฮีโร่ระดับแนวหน้าที่ถูกนำเสนอราวกับเป็นผู้พิทักษ์แห่งยุคสมัย นำโดยโฮมแลนเดอร์ บุรุษผู้มีภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบ แข็งแกร่งเหนือใคร และได้รับความรักจากผู้คนทั่วประเทศ แต่ภายใต้สายตาที่ดูมั่นใจและรอยยิ้มอันน่าเชื่อถือ กลับมีบางอย่างที่ทำให้เขาน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าศัตรูที่ประกาศตัวอย่างเปิดเผย สมาชิกคนใหม่อย่างแอนนี่ แจนัวรี หรือสตาร์ไลต์ ก้าวเข้าสู่ทีมด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความฝัน เธอเติบโตมากับความเชื่อว่าซูเปอร์ฮีโร่คือผู้เสียสละและควรยืนอยู่ข้างผู้บริสุทธิ์ ทว่าความจริงภายในองค์กรกลับแตกต่างจากสิ่งที่เธอเคยจินตนาการโดยสิ้นเชิง การพบกันระหว่างแอนนี่กับฮิวอี้จึงกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ช่วยเปิดเผยความขัดแย้งภายในใจของทั้งคู่ คนหนึ่งกำลังพยายามทำความเข้าใจกับความสูญเสียและแรงแค้น อีกคนกำลังต่อสู้เพื่อรักษาความเชื่อของตัวเองเอาไว้ในสถานที่ที่ทุกอย่างถูกควบคุมด้วยผลประโยชน์

เมื่อเดอะบอยส์เริ่มสืบหาความจริงเกี่ยวกับเหล่าผู้มีพลัง พวกเขาพบว่าศัตรูไม่ได้มีเพียงซูเปอร์ฮีโร่ที่ใช้อำนาจอย่างไร้ความรับผิดชอบ แต่ยังมีระบบขนาดใหญ่ที่ช่วยทำให้ความผิดกลายเป็นข่าวเงียบ และเปลี่ยนโศกนาฏกรรมของผู้คนให้กลายเป็นตัวเลขในรายงานหรือภาพลักษณ์ทางการตลาด ทุกหลักฐานที่พวกเขาได้มาล้วนมีราคาต้องจ่าย การเปิดโปงแต่ละครั้งอาจหมายถึงการถูกตามล่า การสูญเสียคนสำคัญ หรือการทำให้เป้าหมายมองเห็นพวกเขาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน แรงแค้นของบุตเชอร์ก็รุนแรงจนบางครั้งแม้แต่พวกเดียวกันยังต้องตั้งคำถามว่า เขาต้องการความยุติธรรมจริง ๆ หรือเพียงต้องการลากทุกคนลงไปในความพินาศพร้อมกับตัวเอง ส่วนฮิวอี้ก็ต้องเรียนรู้ว่าการต่อสู้กับผู้มีพลังไม่ใช่เรื่องของความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว แต่คือการตัดสินใจครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เขาพร้อมจะสูญเสียอะไรเพื่อเอาคืนให้กับคนที่จากไป

เสน่ห์ของ The Boys ซีซั่นแรกอยู่ที่การไม่ปล่อยให้ผู้ชมมองโลกเป็นเพียงการต่อสู้ระหว่างฝ่ายดีและฝ่ายร้ายอย่างง่ายดาย ซูเปอร์ฮีโร่บางคนอาจมีความเปราะบางซ่อนอยู่หลังชื่อเสียง ขณะที่คนธรรมดาผู้ลุกขึ้นต่อต้านก็ไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์หรือทำทุกอย่างด้วยเจตนาดีเสมอไป ซีรีส์ตั้งคำถามอย่างเจ็บแสบว่า หากสังคมยอมให้อภัยคนที่ตนเองชื่นชอบเพียงเพราะเขามีภาพลักษณ์งดงาม ความจริงจะยังมีความหมายอยู่หรือไม่ และถ้าผู้ถูกกดขี่ต้องใช้วิธีรุนแรงเพื่อโค่นล้มผู้กดขี่ พวกเขาจะยังแตกต่างจากศัตรูได้อีกนานแค่ไหน เรื่องราวเต็มไปด้วยแอ็กชันที่หนักมือ ความรุนแรงแบบไม่ประนีประนอม อารมณ์ขันดำมืด และการเสียดสีวัฒนธรรมคนดังได้อย่างถึงพริกถึงขิง แต่ท่ามกลางความดุเดือดนั้นยังมีหัวใจของตัวละครที่กำลังพยายามรับมือกับความสูญเสีย ความรัก ความกลัว และความปรารถนาที่จะเชื่อว่าตัวเองยังสามารถทำสิ่งที่ถูกต้องได้

สำหรับผู้ชมที่คุ้นเคยกับภาพซูเปอร์ฮีโร่ในแบบผู้กอบกู้ผู้บริสุทธิ์ The Boys คือการพลิกโต๊ะครั้งใหญ่ที่ทั้งสะใจและชวนอึดอัดในเวลาเดียวกัน ซีรีส์ไม่ได้ขายเพียงฉากต่อสู้หรือพลังพิเศษ แต่ใช้โลกของฮีโร่เป็นกระจกสะท้อนความหลงใหลในชื่อเสียง การผูกขาดอำนาจ การสร้างข่าว และความง่ายดายที่สังคมพร้อมจะเชื่อในภาพสวยงามมากกว่าความจริง ทุกตอนค่อย ๆ เพิ่มแรงกดดันให้กับเดอะบอยส์ พร้อมผลักตัวละครให้เข้าใกล้เส้นแบ่งที่พวกเขาเคยสาบานว่าจะไม่ข้าม ด้วยการแสดงที่เข้มข้น โดยเฉพาะคาร์ล เออร์บันในบทบุตเชอร์ แจ็ค เควดในบทฮิวอี้ และแอนโทนี สตาร์ในบทโฮมแลนเดอร์ ซีซั่นแรกจึงกลายเป็นการเดินทางสุดดาร์กที่ทั้งบ้าระห่ำ น่าติดตาม และชวนตั้งคำถามไม่หยุดว่า ในโลกที่ผู้ปกป้องอาจน่ากลัวกว่าผู้ร้าย ใครกันแน่ที่จะกล้ายืนขึ้นแล้วล่าฮีโร่กลับคืนมา

เปิดดู The Boys Season 1 ออนไลน์

1 Episode 1
2 Episode 2
3 Episode 3
4 Episode 4
5 Episode 5
6 Episode 6
7 Episode 7
8 Episode 8

นักแสดง

คาร์ล เออร์บัน

คาร์ล เออร์บัน

Billy Butcher
แจ็ค เควด

แจ็ค เควด

Hugh 'Hughie' Campbell
Antony Starr

Antony Starr

Homelander
เอริน มอรีอาร์ตี

เอริน มอรีอาร์ตี

Annie January / Starlight
ลาซ อลอนโซ

ลาซ อลอนโซ

Marvin T. 'Mother's Milk' Milk / M.M.
Chace Crawford

Chace Crawford

Kevin Moskowitz / The Deep

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

The F Ward Season 1 ★ 4.2 ซีรีส์

The F Ward Season 1

รวมพลแก๊งหมอสอบตก Season 1 2026
Ransom Canyon Season 2 ★ 7.3 ซีรีส์

Ransom Canyon Season 2

หุบเขารัก Season 2 2026
Detective Hole Season 1 ★ 7.3 ซีรีส์

Detective Hole Season 1

ยอดนักสืบแฮร์รี่ โฮล Season 1 2026
Little House on the Prairie Season 1 ★ 6.2 ซีรีส์

Little House on the Prairie Season 1

บ้านเล็กในทุ่งกว้าง Season 1 2026
The Boroughs Season 1 ★ 7.3 ซีรีส์

The Boroughs Season 1

ปริศนาชราชน Season 1 2026
Moon Knight Season 1 ★ 7.6 ซีรีส์

Moon Knight Season 1

มูนไนท์ มินิซีรีส์ 2022
Ms. Marvel Season 1 ★ 6.3 ซีรีส์

Ms. Marvel Season 1

มิส มาร์เวล Season 1 2022
The Boys Season 2 ★ 8.5 ซีรีส์

The Boys Season 2

ก๊วนหนุ่มซ่าล่าซูเปอร์ฮีโร่ ซีซั่น 2 2020
The Lord of the Rings: The Rings of Power Season 2 ★ 7.2 ซีรีส์

The Lord of the Rings: The Rings of Power Season 2

เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ แหวนแห่งอำนาจ Season 2 2024
Loki Season 1 ★ 8.2 ซีรีส์

Loki Season 1

โลกิ ซีซั่น 1 2021
Reacher Season 1 ★ 8.1 ซีรีส์

Reacher Season 1

แจ็ค รีชเชอร์ ยอดคนสืบระห่ำ ซีซั่น 1 2022
Stranger Things Season 1 ★ 8.6 ซีรีส์

Stranger Things Season 1

สเตรนเจอร์ ธิงส์ ซีซั่น 1 2016
She-Hulk: Attorney at Law Season 1 ★ 6.1 ซีรีส์

She-Hulk: Attorney at Law Season 1

ชี-ฮัลค์ Season 1 2022
Wonder Man Season 1 ★ 7.0 ซีรีส์

Wonder Man Season 1

วันเดอร์แมน ซีซั่น 1 2026
Percy Jackson and the Olympians Season 1 ★ 7.3 ซีรีส์

Percy Jackson and the Olympians Season 1

เพอร์ซีย์ แจ็กสัน แอนด์ ดิ โอลิมเปียนส์ Season 1 2023

ป้ายกำกับ