
รับบทJuzo Megure (voice)
นักแสดง
รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJūzō Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทInspector Megure (voice)

รับบทInspector Megure (voice)

รับบทJuuzou Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทInspector Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)

รับบทInspector Megure (voice)

รับบทJuzo Megure (voice)
#1 แนะนำ
2019 
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23: ศึกชิงอัญมณีสีคราม
ความโลภไม่เคยจมลงพร้อมซากเรือ มันเพียงรอวันถูกกู้ขึ้นมาพร้อมแสงสีคราม ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23: ศึกชิงอัญมณีสีคราม (2019) คือบททดสอบว่าอัจฉริยะจะยังเฉียบคมหรือไม่เมื่อถูกถอดอาวุธ ถูกทิ้งในเมืองแปลกถิ่น และถูกบังคับให้ร่วมมือกับจอมโจรที่เขาไล่ล่ามาตลอดชีวิต หนังเปิดฉากด้วยตำนานของบลูแซฟไฟร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่จมสู่ท้องทะเลพร้อมเรือโจรสลัดปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนจะถูกมหาเศรษฐีสิงคโปร์กู้ขึ้นมาและอวดโฉมราวกับชัยชนะเหนือกาลเวลา แต่ความหรูหรานั้นอยู่ได้เพียงข้ามคืน เมื่อคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นที่มารีนา เบย์ แซนด์ส และในที่เกิดเหตุกลับพบนามบัตรเปื้อนเลือดของจอมโจรคิด ผู้ที่ไม่เคยทิ้งรอยเลือดไว้เบื้องหลัง นี่จึงไม่ใช่แค่การชิงอัญมณี แต่คือการปะทะกันระหว่างประวัติศาสตร์การแย่งชิงกับความทะเยอทะยานของคนปัจจุบัน ระหว่างมายากลที่สง่างามกับความรุนแรงที่ไร้ศิลปะ และระหว่างนักสืบผู้ยึดมั่นในความจริงกับโจรผู้เชี่ยวชาญการบิดเบือนความจริง การย้ายเวทีจากโตเกียวมาสู่สิงคโปร์ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังแปลกตา แต่คือการประกาศว่าสเกลของโคนันเดอะมูฟวี่ได้ก้าวข้ามพรมแดนประเทศไปแล้วอย่างสมบูรณ์ ทั้งแสงไฟเมืองสมัยใหม่ ทะเลสีเทอร์ควอยซ์ และเงาเรืออับปางใต้ผืนน้ำ ล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของปริศนาที่ใหญ่กว่าห้องปิดตายหรือคฤหาสน์หลังใดที่เคยผ่านมา เดิมพันของเรื่องนี้ไม่ได้วางอยู่แค่บนมูลค่าของอัญมณี แต่ผูกติดกับลมหายใจและการเอาตัวรอดของตัวละครหลักทุกคน โคนันในภาคนี้เริ่มต้นอย่างเสียเปรียบที่สุด เพราะเขาไม่มีพาสปอร์ตและเดิมต้องอยู่เฝ้าบ้านที่ญี่ปุ่น ก่อนจะถูกจอมโจรคิดใช้กลลวงพาตัวมายังสิงคโปร์โดยไม่ทันตั้งตัว ซ้ำยังถูกยึดแว่นตา นาฬิกาข้อมือ และอุปกรณ์คู่ใจไปจนหมดสิ้น พร้อมกับถูกบังคับให้แปลงโฉมภายใต้ชื่ออาเธอร์ ฮิไร หากไม่ยอมทำตามแผนของคิด เขาก็ไม่มีทางกลับประเทศได้ สภาพของนักสืบผู้เคยพึ่งพาเทคโนโลยีและไหวพริบจึงเหลือเพียงสมองเปลือยเปล่ากับร่างกายของเด็กชายในเมืองที่ไม่คุ้นเคย ความเปราะบางยิ่งทวีคูณเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ารันโดยที่เธอจำเขาไม่ได้ เขาตอบชื่อปลอมออกไปทั้งที่ในใจอึดอัดและกังวล พูดความจริงไม่ได้ ขอความช่วยเหลืออย่างเปิดเผยไม่ได้ ความโดดเดี่ยวกลางเมืองร้อนชื้นแห่งนี้จึงกลายเป็นบาดแผลทางอารมณ์ที่หนังค่อยๆ กรีดลึก ขณะเดียวกันรันกับโซโนโกะที่เดินทางมาชมการแข่งขันคาราเต้ก็เดินเข้าสู่ศูนย์กลางอันตรายโดยไม่รู้ตัว ทริปที่ควรสนุกสนานจึงกลายเป็นกับดักที่ผู้ชมต้องลุ้นว่าพวกเธอจะถลำลึกแค่ไหน ส่วนคิดเองก็ยืนอยู่บนเส้นด้าย เพราะสาส์นเตือนเปื้อนเลือดนั้นตั้งคำถามว่าเขาคือผู้ลงมือตัวจริงหรือมีใครแอบอ้างชื่อของเขาเพื่ออำพรางเจตนาที่โหดเหี้ยมกว่า ความสัมพันธ์แบบคู่ปรับกึ่งคู่หูจำเป็นระหว่างโคนันกับคิดจึงเข้มข้นกว่าทุกครั้ง ฝ่ายหนึ่งต้องการสมองของอีกฝ่ายเพื่อบรรลุเป้าหมาย อีกฝ่ายต้องพึ่งเล่ห์เหลี่ยมของโจรเพื่อเอาชีวิตรอด ความไว้ใจและความระแวงผลัดกันขึ้นลงราวกับคลื่น สลับกับชั้นเชิงกวนประสาทแบบเจ้าเล่ห์และความจริงจังแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน สิ่งที่ทำให้ภาคนี้ต่างจากหนังโคนันและหนังสืบสวนผจญภัยเรื่องอื่นอย่างชัดเจน คือวิธีที่มันสลับน้ำหนักระหว่างการสืบสวนกับการเอาตัวรอดในต่างแดน โดยอิงจากข้อมูลที่ให้มาเพียงอย่างเดียว หนังไม่ได้เริ่มจากศพในห้องปิดตายแล้วค่อยๆ คลี่คลายอย่างใจเย็น แต่เริ่มจากการท้าทายระดับนานาชาติที่ผูกทั้งตำนานโจรสลัดปลายศตวรรษที่ 19 การกู้สมบัติของมหาเศรษฐี และคดีฆาตกรรมในแลนด์มาร์กระดับประเทศเข้าไว้ในปมเดียว โทนของเรื่องจึงเคลื่อนไปมาระหว่างความระยิบระยับของงานอวดโฉมสมบัติกับความเยือกเย็นของรอยเลือดในโรงแรมหรู ระหว่างบรรยากาศการแข่งขันกีฬาที่เร่าร้อนกับปริศนาใต้ทะเลที่เย็นเยียบและเงียบงัน วิธีเล่าแบบฉบับดีเทกทีฟโคนันยังคงอยู่ครบ ทั้งการวางเบาะแสจากจุดเกิดเหตุ คำเตือนของจอมโจร และภูมิหลังของสมบัติ ก่อนจะเร่งเครื่องสู่การไล่ล่ากลางสถานที่จริงของสิงคโปร์ ทั้งโรงแรมริมอ่าว ท่าเรือ ถนนกลางเมือง และผืนน้ำกว้างใหญ่ งานภาพแอนิเมชันถ่ายทอดประกายของบลูแซฟไฟร์ แสงไฟยามค่ำคืนของมารีนา เบย์ แซนด์ส และไอร้อนของเมืองเขตร้อนออกมาอย่างมีชีวิตชีวา ขณะที่ฉากมายากล การปลอมตัว การหลบหนี และการเผชิญหน้าแบบเฉียดตายถูกจัดวางตามสไตล์จอมโจรคิด ผสมกับไหวพริบดิบๆ ของโคนันที่คราวนี้ไม่มีอุปกรณ์ครบมือ การแสดงในรูปแบบแอนิเมชันจึงไม่ได้เด่นแค่ฉากแอ็กชันใหญ่ แต่เด่นที่จังหวะการปะทะคารมและการชิงไหวพริบระหว่างเด็กนักสืบในคราบอาเธอร์ ฮิไรกับจอมโจรผู้สง่างาม ความกวนประสาทของคิดไม่ได้เป็นเพียงสีสัน แต่คือเครื่องมือกดดันให้โคนันเผยศักยภาพที่แท้จริงออกมาโดยไม่มีตัวช่วย และความจริงจังของโคนันก็ไม่ได้เป็นเพียงความถูกต้อง แต่คือภาระที่ทำให้เขาต้องแบกความลับต่อหน้ารันต่อไปแม้จะเจ็บปวด ความต่างนี้เองที่ยกระดับภาคสิงคโปร์ให้ไม่ใช่แค่ตอนพิเศษท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่คือสนามทดลองตัวตนของตัวละครหลัก เหตุผลที่ควรดูหนังเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การลุ้นว่าใครคือคนร้ายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การได้เห็นยอดนักสืบจิ๋วโคนันในสภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นักสืบที่ไร้แว่น ไร้อุปกรณ์ ไร้ชื่อจริง ต้องใช้เพียงสายตา ความจำ และความกล้าเพื่อไขปริศนาท่ามกลางเมืองที่ไม่ใช่บ้านของตน ในฐานะแอนิเมชันแนวบู๊ ผจญ อาชญากรรม และลึกลับ ภาคนี้มอบประสบการณ์เหมือนนั่งรถไฟเหาะที่พุ่งผ่านทั้งฉากสืบสวนและฉากแอ็กชันสลับกันอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทิ้งจังหวะให้ผ่อนคลาย สำหรับผู้ติดตามแฟรนไชส์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ภาค 23 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการขยายจักรวาลออกนอกญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว ทั้งสเกล ความตื่นเต้น และมิติความสัมพันธ์ระหว่างโคนัน คิด รัน และโซโนโกะ ล้วนถูกผลักให้ใหญ่และลึกกว่าภาคที่ยังวนเวียนในโตเกียว ผู้ชมที่ชอบลำดับภาคและการเปรียบเทียบพัฒนาการจะสัมผัสได้ว่าภาคนี้กล้าเสี่ยงกว่า ทั้งการถอดอาวุธพระเอก การทำให้จอมโจรเปื้อนมลทิน และการผูกตำนานอดีตเข้ากับอาชญากรรมปัจจุบัน การรับชม ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23: ศึกชิงอัญมณีสีคราม ซับไทย HD จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นประกายสีครามของอัญมณีสะท้อนกับประกายของสติปัญญา ต้องการเห็นสิงคโปร์ในมุมทั้งงดงามและอันตราย และต้องการตั้งคำถามไปพร้อมกับตัวละครว่าสิ่งที่ควรครอบครองจริงๆ คือสมบัติล้ำค่าหรือความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำ นี่คือภาคที่พิสูจน์ว่าหัวใจของโคนันไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ แต่คือสมองที่ไม่ยอมแพ้แม้จะถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในต่างแดน
ดูเลย · พากย์ไทย