
รับบทViktor Krum
นักแสดง
รับบทViktor Krum
#1 แนะนำ
2018 
จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย
สามปีหลังจากสวนสนุก Jurassic World ถูกทิ้งให้กลายเป็นซากร้างบนเกาะอิสลา นูบลาร์ โลกยังไม่อาจลืมภาพวันที่มนุษย์สูญเสียการควบคุมให้กับสิ่งมีชีวิตจากยุคดึกดำบรรพ์ได้ แม้ผู้คนจะพยายามเดินหน้าต่อ แต่บนเกาะแห่งนั้นยังมีไดโนเสาร์จำนวนมากอาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางอาคารพังทลาย เส้นทางท่องเที่ยวที่ถูกธรรมชาติกลืนกิน และเสียงคำรามที่ดังสะท้อนผ่านผืนป่า ราวกับ Jurassic World ไม่เคยจากไปไหน ทว่าเวลาของพวกมันกำลังจะหมดลง เมื่อภูเขาไฟขนาดมหึมาบนเกาะเริ่มตื่นขึ้น และพร้อมจะเปลี่ยนทั้งพื้นที่ให้กลายเป็นทะเลเพลิงในเวลาไม่นาน คำถามสำคัญจึงกลับมาอีกครั้งว่า ไดโนเสาร์เหล่านี้ควรถูกปล่อยให้สูญพันธุ์ไปตามธรรมชาติ หรือมนุษย์ควรเข้าไปช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตที่ตัวเองเป็นผู้สร้างขึ้นมา แคลร์ เดียริง อดีตผู้บริหารของสวนสนุก ไม่ใช่หญิงสาวคนเดิมที่เคยมองไดโนเสาร์เป็นเพียงสินค้าสำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกต่อไป หลังผ่านเหตุการณ์เลวร้าย เธอหันมาทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่พยายามปกป้องไดโนเสาร์และผลักดันให้พวกมันได้รับโอกาสมีชีวิตรอด แคลร์เชื่อว่าการเพิกเฉยต่อชะตากรรมของสัตว์เหล่านี้ก็ไม่ต่างจากการหลบหนีความรับผิดชอบของมนุษย์ ขณะเดียวกัน โอเวน เกรดี้ อดีตผู้ฝึกฝนแร็พเตอร์ผู้มีสายสัมพันธ์พิเศษกับไดโนเสาร์ ก็ยังใช้ชีวิตอย่างสันโดษ พยายามตัดขาดจากอดีตและความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือน โดยเฉพาะความผูกพันกับบลู แร็พเตอร์ตัวสุดท้ายจากฝูงที่เขาเคยดูแล เมื่อแคลร์เดินทางกลับมาขอความช่วยเหลือจากเขา ทั้งคู่จึงต้องกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง แม้ความสัมพันธ์จะเต็มไปด้วยบาดแผล ความไม่ไว้ใจ และเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจ ภารกิจช่วยเหลือบนเกาะเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเส้นตายที่กระชั้นเข้ามาทุกขณะ โอเวนและแคลร์ต้องฝ่าพื้นที่ที่กำลังพังทลาย ค้นหาไดโนเสาร์ที่กระจัดกระจายอยู่ในป่า และพยายามนำพวกมันออกจากเงื้อมมือของภูเขาไฟก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป แต่ยิ่งเข้าใกล้ความจริง พวกเขาก็ยิ่งพบว่าการช่วยชีวิตครั้งนี้อาจไม่ได้เกิดจากความเมตตาเพียงอย่างเดียว เบื้องหลังโครงการอพยพมีบุคคลทรงอำนาจและกลุ่มผลประโยชน์ที่มองไดโนเสาร์เป็นสิ่งล้ำค่าในรูปแบบที่แตกต่างออกไป บางตัวอาจถูกนำไปใช้ในการทดลอง บางตัวอาจกลายเป็นสินค้าสำหรับผู้มีเงิน และบางตัวอาจถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอาวุธที่น่าสะพรึงกลัว เมื่อภารกิจบนเกาะพาพวกเขาเข้าสู่สถานการณ์ที่ยากจะควบคุม การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การวิ่งหนีจากลาวาร้อนระอุ แต่ยังเป็นการต่อสู้เพื่อไม่ให้ชีวิตทั้งหลายถูกซื้อขายและนำไปใช้ตามความทะเยอทะยานของมนุษย์ จากผืนป่าที่กำลังถูกเผาผลาญ เรื่องราวค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่โลกอีกด้านที่เย็นชาและน่าหวาดระแวงกว่าเดิม ไดโนเสาร์ถูกพาออกจากถิ่นกำเนิดและเข้าสู่สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความลับ การทดลอง และผู้คนที่เชื่อว่าพวกมันสามารถสร้างกำไรหรืออำนาจได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ขณะเดียวกัน โอเวนต้องรับมือกับความจริงที่ว่า ความฉลาดและความภักดีของไดโนเสาร์อาจกลายเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดเมื่อถูกมนุษย์บิดเบือน ส่วนแคลร์ก็ต้องเผชิญกับคำถามที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ว่า การช่วยเหลือของเธอจะนำชีวิตเหล่านี้ไปสู่ความปลอดภัยจริงหรือไม่ หรือเพียงพาพวกมันจากหายนะหนึ่งไปพบกับหายนะอีกรูปแบบหนึ่ง ความระทึกของหนังจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ฉากไล่ล่าหรือการปะทะกับสัตว์ขนาดยักษ์เท่านั้น แต่ยังเกิดจากบรรยากาศกดดันของสถานที่ปิดตาย ทางเดินมืดสนิท เงาร่างที่เคลื่อนผ่านความมืด และความรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา เสน่ห์ของ Jurassic World: Fallen Kingdom อยู่ที่การทำให้ไดโนเสาร์ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ประหลาดสำหรับสร้างความตื่นเต้น หากยังเป็นตัวแทนของสิ่งมีชีวิตที่ถูกผลักให้เข้ามาอยู่ในโลกซึ่งไม่เคยเป็นของพวกมันตั้งแต่แรก หนังตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างวิทยาศาสตร์กับความโลภ ระหว่างความรับผิดชอบกับความรู้สึกผิด และระหว่างการปกป้องชีวิตกับการพยายามควบคุมชีวิตนั้นไว้ในมือของตัวเอง โอเวนกับแคลร์ต้องเรียนรู้ที่จะเชื่อใจกันอีกครั้ง พร้อมตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบง่าย ๆ เพราะทุกทางเลือกย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย ทั้งในด้านความปลอดภัยของมนุษย์และชะตากรรมของไดโนเสาร์ที่ไม่เคยร้องขอให้ตัวเองถือกำเนิดขึ้นมา โทนเรื่องมีทั้งความยิ่งใหญ่ของหนังผจญภัย ความลุ้นระทึกแบบทริลเลอร์ และอารมณ์ดราม่าที่ค่อย ๆ ซึมลึก ทำให้ผู้ชมไม่ได้เพียงลุ้นว่าใครจะรอด แต่ยังอดคิดไม่ได้ว่า มนุษย์มีสิทธิ์มากแค่ไหนในการตัดสินว่าใครควรมีชีวิตอยู่ ด้วยฉากแอ็กชันที่เดินหน้าด้วยความเร่งด่วน ตั้งแต่การหลบหนีบนเกาะภูเขาไฟ ไปจนถึงเหตุการณ์ชวนขนลุกในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความลับ เรื่องนี้มอบความตื่นเต้นให้แฟนหนังไดโนเสาร์ได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ขยายโลกของ Jurassic World ให้มีมิติที่ซับซ้อนกว่าเดิม เมื่ออดีตไม่ได้ถูกทิ้งไว้บนเกาะ แต่กำลังถูกนำกลับมาเผชิญหน้ากับสังคมมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คริส แพร็ตต์ถ่ายทอดโอเวนให้เป็นชายผู้แข็งแกร่งแต่มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ ส่วนไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ดทำให้แคลร์กลายเป็นตัวละครที่มีทั้งความมุ่งมั่น ความเปราะบาง และความกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากคุณชื่นชอบหนังไซไฟที่เต็มไปด้วยสัตว์ดึกดำบรรพ์ การผจญภัยเดิมพันสูง และประเด็นชวนคิดเรื่องผลลัพธ์ของการเล่นกับธรรมชาติ Jurassic World: Fallen Kingdom คือการกลับเข้าสู่อาณาจักรที่กำลังพังทลาย พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อมนุษย์ไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่ทำลงไปได้ พวกเขาจะเลือกปกป้องโลกแบบเดิม หรือยอมรับการมีอยู่ของโลกใบใหม่ที่กำลังถือกำเนิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
ดูเลย · พากย์ไทย