ตัวอย่าง Stranger Things: Tales from '85
ตัวอย่าง Stranger Things: Tales from '85
Stranger Things: Tales from '85
ออนแอร์

Stranger Things: Tales from '85

สเตรนเจอร์ ธิงส์: เรื่องเล่าจากปี 85

ทำความรู้จัก Stranger Things: Tales from '85

ฮอว์กินส์ในฤดูหนาวปี 1985 ไม่ใช่เมืองที่มีตัวตนบนแผนที่อเมริกา มันเป็นแค่ชุมชนเล็ก ๆ ที่วิทยุยังเสียงดังกว่าโทรทัศน์ จักรยานยังไปเร็วกว่าข่าวลือ และความหนาวคือข้ออ้างชั้นดีให้รีบกลับบ้านเร็วขึ้นอีกชั่วโมง ฉบับแอนิเมชันเลือกจะปักหลักตรงนั้น ตรงความธรรมดาที่เย็นจนเห็นลมหายใจ ก่อนจะพาเราไปเจอคนที่คุ้นหน้าอย่าง Eleven, Mike, Will, Lucas, Dustin และ Max กลุ่มเพื่อนที่ผ่านเรื่องประหลาดมาด้วยกันจนโตเกินวัย แรงผลักดันของพวกเขารอบนี้ไม่ได้ใหญ่โต แค่อยากมีหน้าหนาวปกติสักปี อยากเล่นบอร์ดเกมยาว ๆ อยากปั่นจักรยานบนหิมะโดยไม่ต้องหันกลับไปมองข้างหลัง what-if ของภาคนี้เริ่มจากคำถามเรียบ ๆ ว่าถ้าความหนาวไม่ใช่แค่อากาศ แต่คือสัญญาณว่าอีกฝั่งกำลังขยับจะเป็นอย่างไร ไฟคริสต์มาสที่กะพริบไม่พร้อมกัน เสียงซู่ซ่าในวิทยุที่ไม่มีสถานี รอยเท้าบนหิมะที่ขาดหายกลางทางเหมือนคนเดินแล้วหายไปเฉย ๆ คือรอยร้าวเล็ก ๆ ที่เด็กกลุ่มนี้อ่านออกเร็วกว่าผู้ใหญ่ การปรากฏตัวของ Nikki เด็กใหม่ของเมืองยิ่งทำให้สมการซับซ้อน เพราะเธอไม่ได้มาเป็นแค่เพื่อนใหม่ แต่นำปริศนาของตัวเองมาด้วย การสืบจึงต้องใช้ของยุคแอนะล็อก ไฟฉาย แผนที่กระดาษ ความจำของเพื่อน และสัญชาตญาณล้วน ๆ ยิ่งเมื่อสิ่งที่ตามมาเป็นภัยสายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกบันทึก ประสบการณ์เก่าที่เคยใช้ได้ก็อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป ความต่างที่ทำให้เรื่องนี้แยกจากไลน์อัพไซไฟเด็กผจญภัยทั่วไปคือฟอร์มแอนิเมชันที่ปล่อยให้ฮอว์กินส์บิดเบี้ยวได้มากกว่าฉบับคนแสดง หิมะที่หนาเกินจริง แสงสีส้มอุ่น ๆ ในห้องนั่งเล่นตัดกับทางเดินโรงเรียนที่เงียบเกินเหตุ และเงาตามมุมถนนที่ยาวผิดสัดส่วน ล้วนถูกเร่งให้หลอนขึ้นได้โดยไม่ต้องรอจังหวะกล้อง เสียงพากย์ช่วยพยุงโทนนี้ไว้มาก ทั้งน้ำเสียงนิ่ง ๆ ของ Brooklyn Davey Norstedt ในบท Eleven ความแข็งนอกอ่อนในของ Jolie Hoang-Rappaport ในบท Max รวมถึงเคมีของ Luca Diaz, Elisha Williams, Braxton Quinney และ Benjamin Plessala ในบท Mike, Lucas, Dustin และ Will ที่ยังฟังเป็นเด็กจริง ๆ ไม่ใช่ฮีโร่ เมืองทั้งเมืองเลยเหมือนตู้ปลาน้ำเย็น มองจากข้างนอกว่าสงบ แต่ข้างในมีอะไรบางอย่างว่ายวนอยู่ โทนหลักจึงไม่ใช่แอ็กชันล้วน แต่เป็นไซไฟลึกลับที่เดินด้วยจังหวะผจญภัยและดราม่าวัยรุ่น ความกลัวไม่ได้มาจากจังหวะตกใจ แต่มาจากการต้องเลือกระหว่างทำเป็นไม่รู้เพื่ออยู่อย่างปลอดภัย กับการยอมรับว่าโลกมีอีกด้านที่อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้ มิตรภาพในเรื่องนี้เลยไม่ใช่คำสวย ๆ แต่เป็นเครื่องมือเอาตัวรอด ใครถือไฟฉาย ใครจำทางกลับบ้าน ใครกล้าพูดก่อนว่าเมื่อกี้เห็นอะไร นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้ดูได้ทั้งแฟนเก่าที่คิดถึงฮอว์กินส์ และคนใหม่ที่แค่อยากได้เรื่องลึกลับดี ๆ สักเรื่องในคืนหนาว เพราะสุดท้ายมันไม่ได้ถามว่าเรากล้าพอจะสู้ไหม แต่ถามว่าเรากล้าพอจะหนาวไปด้วยกันหรือเปล่า

รายละเอียด Stranger Things: Tales from '85

ฮอว์กินส์ในฤดูหนาวปี 1985 ไม่ใช่เมืองที่มีตัวตนบนแผนที่อเมริกา มันเป็นแค่ชุมชนเล็ก ๆ ที่วิทยุยังเสียงดังกว่าโทรทัศน์ จักรยานยังไปเร็วกว่าข่าวลือ และความหนาวคือข้ออ้างชั้นดีให้รีบกลับบ้านเร็วขึ้นอีกชั่วโมง ฉบับแอนิเมชันเลือกจะปักหลักตรงนั้น ตรงความธรรมดาที่เย็นจนเห็นลมหายใจ ก่อนจะพาเราไปเจอคนที่คุ้นหน้าอย่าง Eleven, Mike, Will, Lucas, Dustin และ Max กลุ่มเพื่อนที่ผ่านเรื่องประหลาดมาด้วยกันจนโตเกินวัย แรงผลักดันของพวกเขารอบนี้ไม่ได้ใหญ่โต แค่อยากมีหน้าหนาวปกติสักปี อยากเล่นบอร์ดเกมยาว ๆ อยากปั่นจักรยานบนหิมะโดยไม่ต้องหันกลับไปมองข้างหลัง

what-if ของภาคนี้เริ่มจากคำถามเรียบ ๆ ว่าถ้าความหนาวไม่ใช่แค่อากาศ แต่คือสัญญาณว่าอีกฝั่งกำลังขยับจะเป็นอย่างไร ไฟคริสต์มาสที่กะพริบไม่พร้อมกัน เสียงซู่ซ่าในวิทยุที่ไม่มีสถานี รอยเท้าบนหิมะที่ขาดหายกลางทางเหมือนคนเดินแล้วหายไปเฉย ๆ คือรอยร้าวเล็ก ๆ ที่เด็กกลุ่มนี้อ่านออกเร็วกว่าผู้ใหญ่ การปรากฏตัวของ Nikki เด็กใหม่ของเมืองยิ่งทำให้สมการซับซ้อน เพราะเธอไม่ได้มาเป็นแค่เพื่อนใหม่ แต่นำปริศนาของตัวเองมาด้วย การสืบจึงต้องใช้ของยุคแอนะล็อก ไฟฉาย แผนที่กระดาษ ความจำของเพื่อน และสัญชาตญาณล้วน ๆ ยิ่งเมื่อสิ่งที่ตามมาเป็นภัยสายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกบันทึก ประสบการณ์เก่าที่เคยใช้ได้ก็อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป

ความต่างที่ทำให้เรื่องนี้แยกจากไลน์อัพไซไฟเด็กผจญภัยทั่วไปคือฟอร์มแอนิเมชันที่ปล่อยให้ฮอว์กินส์บิดเบี้ยวได้มากกว่าฉบับคนแสดง หิมะที่หนาเกินจริง แสงสีส้มอุ่น ๆ ในห้องนั่งเล่นตัดกับทางเดินโรงเรียนที่เงียบเกินเหตุ และเงาตามมุมถนนที่ยาวผิดสัดส่วน ล้วนถูกเร่งให้หลอนขึ้นได้โดยไม่ต้องรอจังหวะกล้อง เสียงพากย์ช่วยพยุงโทนนี้ไว้มาก ทั้งน้ำเสียงนิ่ง ๆ ของ Brooklyn Davey Norstedt ในบท Eleven ความแข็งนอกอ่อนในของ Jolie Hoang-Rappaport ในบท Max รวมถึงเคมีของ Luca Diaz, Elisha Williams, Braxton Quinney และ Benjamin Plessala ในบท Mike, Lucas, Dustin และ Will ที่ยังฟังเป็นเด็กจริง ๆ ไม่ใช่ฮีโร่ เมืองทั้งเมืองเลยเหมือนตู้ปลาน้ำเย็น มองจากข้างนอกว่าสงบ แต่ข้างในมีอะไรบางอย่างว่ายวนอยู่

โทนหลักจึงไม่ใช่แอ็กชันล้วน แต่เป็นไซไฟลึกลับที่เดินด้วยจังหวะผจญภัยและดราม่าวัยรุ่น ความกลัวไม่ได้มาจากจังหวะตกใจ แต่มาจากการต้องเลือกระหว่างทำเป็นไม่รู้เพื่ออยู่อย่างปลอดภัย กับการยอมรับว่าโลกมีอีกด้านที่อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้ มิตรภาพในเรื่องนี้เลยไม่ใช่คำสวย ๆ แต่เป็นเครื่องมือเอาตัวรอด ใครถือไฟฉาย ใครจำทางกลับบ้าน ใครกล้าพูดก่อนว่าเมื่อกี้เห็นอะไร นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้ดูได้ทั้งแฟนเก่าที่คิดถึงฮอว์กินส์ และคนใหม่ที่แค่อยากได้เรื่องลึกลับดี ๆ สักเรื่องในคืนหนาว เพราะสุดท้ายมันไม่ได้ถามว่าเรากล้าพอจะสู้ไหม แต่ถามว่าเรากล้าพอจะหนาวไปด้วยกันหรือเปล่า

เปิดดู Stranger Things: Tales from '85 ออนไลน์

1 Episode 1
2 Episode 2
3 Episode 3
4 Episode 4
5 Episode 5
6 Episode 6
7 Episode 7
8 Episode 8

นักแสดง

Brooklyn Davey Norstedt

Brooklyn Davey Norstedt

Eleven (voice)
Jolie Hoang-Rappaport

Jolie Hoang-Rappaport

Max (voice)
Luca Diaz

Luca Diaz

Mike (voice)
Elisha Williams

Elisha Williams

Lucas (voice)
Braxton Quinney

Braxton Quinney

Dustin (voice)
Benjamin Plessala

Benjamin Plessala

Will (voice)

ป้ายกำกับ