

The Dreamers
ทำความรู้จัก The Dreamers
ปารีสในฤดูใบไม้ผลิปี 1968 คือเมืองที่กำลังหายใจด้วยความไม่พอใจและความหลงใหลในเวลาเดียวกัน ถนนเต็มไปด้วยใบปลิว เสียงตะโกน และความรู้สึกว่าประวัติศาสตร์กำลังจะพลิกผัน ส่วนในโรงภาพยนตร์ซีเนมาเทคฝรั่งเศสที่กำลังถูกสั่งปิด ผู้คนกลับมารวมตัวกันด้วยความรักในภาพยนตร์ราวกับกำลังร่วมพิธีศพของความฝัน แมทธิว นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอเมริกันผู้หลงใหลในหนังคลาสสิก ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางเมืองที่ไม่ใช่บ้านเกิด เขาดูหนังวันละหลายรอบ จดจำบทสนทนาและท่าทางของนักแสดงได้ขึ้นใจ จนกระทั่งการประท้วงหน้าซีเนมาเทคนำพาให้เขาพบกับธีโอและอิซาเบล ฝาแฝดชาวฝรั่งเศสผู้พูดจาฉะฉานและใช้ชีวิตเหมือนว่าภาพยนตร์คือภาษาแม่ ทั้งสามคนเชื่อมกันอย่างรวดเร็วด้วยบทสนทนาเรื่องฮิชค็อก โกดาร์ด และแชปลิน ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงไม่ได้เริ่มจากความบังเอิญธรรมดา แต่เริ่มจากความเชื่อร่วมกันว่าโลกในจอภาพยนตร์นั้นจริงแท้และสำคัญไม่แพ้โลกบนท้องถนน ความโดดเดี่ยวของแมทธิวถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดของมิตรภาพที่ทั้งอบอุ่นและท้าทาย ขณะที่ฝาแฝดทั้งสองก็พบคนนอกที่พร้อมจะก้าวเข้ามาในโลกส่วนตัวของพวกเขาโดยไม่ตั้งคำถามในทันที การพบกันครั้งนี้จึงเป็นเหมือนประตูที่เปิดไปสู่ช่วงเวลาสั้นสั้นที่ทุกอย่างดูเป็นไปได้ ทั้งการเมือง ศิลปะ และความสัมพันธ์ที่ยังไม่มีชื่อเรียก เมื่อพ่อแม่ของธีโอและอิซาเบลเดินทางออกนอกเมือง อพาร์ตเมนต์หรูใจกลางปารีสจึงกลายเป็นเวทีส่วนตัวของคนทั้งสาม พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลา กิน ดื่ม ฟังเพลง อาบน้ำผลัดกันใช้ห้องน้ำอย่างไม่ถือสา และเล่นเกมทายฉากจากหนังที่กลายเป็น ritual ประจำวัน กติกานั้นเรียบง่ายแต่เดิมพันสูง ผู้แพ้ต้องยอมทำตามคำท้าของผู้ชนะ ซึ่งมักจะเป็นการทดสอบความกล้าและความไว้ใจมากกว่าเรื่องแพ้ชนะ ความสัมพันธ์ค่อยค่อยเปลี่ยนรูปจากมิตรภาพของคอหนังไปสู่ความผูกพันที่ลึกซึ้งและเย้ายวนขึ้นทุกขณะ แมทธิวที่เคยเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์จากอีกฟากมหาสมุทร ถูกดึงให้เข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างพี่น้องผู้มีสายสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง อิซาเบลหญิงสาวผู้เปราะบางแต่เด็ดเดี่ยวใช้เสน่ห์และความตรงไปตรงมาเป็นเครื่องมือในการทลายกำแพงของแมทธิว ขณะที่ธีโอชายหนุ่มผู้เชื่อมั่นในอุดมการณ์ก็ใช้วาทศิลป์และความหุนหันพลันแล่นเพื่อยืนยันว่าเขาไม่เคยเป็นรองใครในบ้านหลังนี้ ความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นจึงไม่ใช่เพียงแรงดึงดูดทางกาย แต่คือความต้องการที่จะเข้าใจและครอบครองโลกของกันและกัน อพาร์ตเมนต์ที่ปิดม่านจากเสียงประท้วงภายนอกกลายเป็นประเทศเล็กเล็กที่มีกฎหมายของตัวเอง ที่ซึ่งภาพยนตร์คือศาสนา ความท้าทายคือบทสวด และร่างกายกับอารมณ์คือภาษาที่ใช้สื่อสารเมื่อคำพูดไปไม่ถึง สิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้มีน้ำหนักเกินกว่าเรื่องรักสามเส้าในห้องปิดตาย คือฉากหลังของการปฏิวัติเดือนพฤษภาคมที่ค่อยค่อยคืบคลานเข้ามาเคาะประตู ข้างนอกหน้าต่าง นักศึกษากำลังปะทะกับตำรวจ มหาวิทยาลัยถูกยึด โรงงานหยุดงาน และคนหนุ่มสาวกำลังตั้งคำถามกับอำนาจทุกรูปแบบ แต่ข้างในห้อง คนทั้งสามกลับเลือกจะสร้างการปฏิวัติของตัวเองผ่านการใช้ชีวิตอย่างอิสระจากกรอบศีลธรรมเดิมเดิม ความขัดแย้งจึงไม่ได้อยู่แค่ระหว่างโลกภายนอกกับโลกภายใน แต่ฝังอยู่ในตัวละครแต่ละคนด้วย แมทธิวเป็นคนอเมริกันที่เติบโตมากับความสุภาพและความยับยั้งชั่งใจ เขาหลงใหลในความกล้าหาญของเพื่อนชาวฝรั่งเศส แต่ในขณะเดียวกันก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าอิสรภาพที่ไร้ขอบเขตนั้นจะนำไปสู่การปลดปล่อยจริงหรือเป็นเพียงการหนีจากความจริง ธีโอพูดถึงเหมาและลัทธิซ้ายด้วยความคลั่งไคล้ราวกับบทกวี แต่กลับหวงแหนอาณาเขตของตัวเองอย่างถึงที่สุด ส่วนอิซาเบลผู้ดูเหมือนจะเปิดกว้างที่สุด กลับแบกความกลัวและความคาดหวังของครอบครัวชนชั้นกลางไว้บนบ่าโดยไม่พูดออกมา ความต่างระหว่างอุดมคติกับชีวิตจริงค่อยค่อยปรากฏชัดขึ้นผ่านเรื่องเล็กเล็ก ตั้งแต่รสนิยมการกิน ความคิดเรื่องเงิน ไปจนถึงมุมมองต่อความรักและความซื่อสัตย์ หนังค่อยค่อยเผยให้เห็นว่า ความฝันร่วมกันนั้นงดงามเพียงใดก็เปราะบางเพียงนั้น และเมื่อเสียงระเบิดจากท้องถนนดังขึ้นเรื่อยเรื่อย กำแพงของอพาร์ตเมนต์ก็ไม่อาจกันแรงสั่นสะเทือนของประวัติศาสตร์ให้อยู่ข้างนอกได้อีกต่อไป หากมองเผินเผิน เรื่องนี้อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มหนังอีโรติกที่ว่าด้วยความสัมพันธ์อันเร่าร้อนของคนหนุ่มสาว แต่ในมือของแบร์นาโด แบร์โตลุชชี มันถูกยกให้เป็นบทบันทึกของยุคสมัยที่ความเยาว์วัยและความเชื่อมั่นพุ่งถึงขีดสุด ต่างจากหนังรักทั่วไปที่มักใช้ฉากใกล้ชิดเป็นจุดขาย เรื่องนี้ใช้ความสัมพันธ์ทางกายเป็นเครื่องมือสำรวจอำนาจ ความไว้ใจ และความไม่เท่าเทียมที่ซ่อนอยู่ในทุกความสัมพันธ์ กล้องไม่ได้จ้องมองเรือนร่างเพื่อเร้าอารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่เฝ้าสังเกตแววตา ความลังเล และระยะห่างระหว่างคนสามคนที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน การอ้างอิงถึงหนังคลาสสิกนับไม่ถ้วนไม่ใช่แค่เกร็ดสำหรับคอหนัง แต่คือวิธีที่ตัวละครใช้หลบซ่อนตัวตนและในขณะเดียวกันก็เปิดเผยตัวตนออกมา การแสดงของนักแสดงหลักทั้งสามจึงต้องแบกรับทั้งความเปลือยเปล่าทางกายและความเปลือยเปล่าทางอารมณ์ไปพร้อมกัน ซึ่งทำให้หนังเรื่องนี้ยืนอยู่คนละชั้นกับงานที่เพียงจำลองความเย้ายวนอย่างฉาบฉวย สำหรับผู้ที่เคยดูหนังการเมืองหรือหนังวัยรุ่นฝรั่งเศสยุคใหม่อาจรู้สึกว่าเรื่องนี้ให้ภาพที่ขมกว่าและซื่อตรงกว่า เพราะมันไม่พยายามทำให้ตัวละครเป็นวีรบุรุษของยุคสมัย แต่ปล่อยให้พวกเขาเป็นเพียงคนหนุ่มสาวที่หลงทางในความฝันของตัวเอง การรับชมในระบบภาพคมชัดจึงมีความหมายเป็นพิเศษ เพราะรายละเอียดของงานออกแบบฉาก แสงธรรมชาติในอพาร์ตเมนต์ และฟุตเทจเก่าของปารีสปี 1968 ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง ไม่ใช่แค่ฉากหลัง เรื่องนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ชมที่ต้องการมากกว่าความบันเทิงชั่วคราว แต่ต้องการเห็นว่าความหลงใหลในศิลปะ ความรัก และอุดมการณ์ สามารถหล่อเลี้ยงกันและทำลายกันได้ในเวลาเดียวกัน โดยที่หนังยังคงรักษาระยะห่างพอให้ผู้ชมได้ตัดสินด้วยตัวเองว่า ฝันแบบใดควรค่าแก่การยึดไว้ และฝันแบบใดถึงเวลาต้องตื่น
เปิดดู The Dreamers ออนไลน์
นักแสดง
คำค้นหายอดนิยม
- ปารีสปี1968
- คนรักหนัง
- ฝาแฝดชายหญิง
- รักสามเส้า
- ค้นหาอิสรภาพ
- ดราม่าอีโรติก







