ตัวอย่าง Drishyam
ตัวอย่าง Drishyam
Drishyam

Drishyam

ดริชยัม
★ 7.5/10 2015 163 นาที ภาพยนตร์ ระทึกขวัญ ลึกลับ หนังชีวิต อาชญากรรม

ทำความรู้จัก Drishyam

Ajay Devgn ในบท Vijay Salgaonkar มาแบบถอดเกราะพระเอกทิ้งหมด เขาเป็นแค่เจ้าของกิจการเคเบิลทีวีในเมืองเล็ก ๆ ของกัว ผู้ชายเรียนน้อยแต่ดูหนังเยอะ ใช้ชีวิตวนอยู่กับการทำงาน กลับบ้านกินข้าวกับครอบครัว และท่องจำพล็อตหนังจนขึ้นใจ แรงผลักดันของ Vijay ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการประคองบ้านให้รอด ทั้ง Nandini (Shriya Saran) ภรรยาคู่ชีวิต ลูกสาวคนโต Anju (Ishita Dutta) ที่กำลังอยู่ในวัยเปราะบาง และลูกสาวคนเล็ก Anu (Mrunal Jadhav) เขาคือพ่อที่ยอมเหนื่อยเพื่อให้บ้านเงียบสงบ และนั่นแหละคือ what-if ที่หนังหยิบมาเล่น ถ้าคนธรรมดาที่ไม่เคยคิดจะสู้กับระบบเลยสักครั้ง ถูกบีบให้ต้องลุกขึ้นมาปกป้องครอบครัวด้วยทุกอย่างที่มี เขาจะไปได้ไกลแค่ไหน อีกด้านของกระดานคือ Tabu ในบท IG Meera Deshmukh ตำรวจหญิงยศสูงที่ทั้งเก่ง ทั้งนิ่ง และทั้งเป็นแม่คน เธอไม่ได้ไล่ล่า Vijay เพราะอคติส่วนตัว แต่เพราะคนที่หายไปคือ Sameer หรือ Sam (Rishab Chadha) ลูกชายของเธอเอง เด็กหนุ่มที่มีประวัติเข้าไปวุ่นวายกับ Anju จนกลายเป็นชนวนของเรื่องทั้งหมด เมื่อลูกชายของคนมีอำนาจหายตัวอย่างไร้ร่องรอย ทุกสายตาจึงพุ่งไปที่ครอบครัวซาลเกาการ์โดยอัตโนมัติ ความขัดแย้งของเรื่องเลยไม่ใช่แค่ใครทำอะไรที่ไหน แต่คือเกมของน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน ฝ่ายหนึ่งคือบ้านเล็ก ๆ ที่ไม่มีเส้นสาย อีกฝ่ายคือเครื่องจักรของตำรวจที่มีทั้งกำลังคน หมายค้น และห้องสอบสวน ความต่างชั้นตรงนี้ทำให้ทุกคำให้การของ Vijay ถูกฟังด้วยความสงสัยตั้งแต่ประโยคแรก โลกของหนังไม่ได้กว้างใหญ่แบบหนังอาชญากรรมไล่ล่าข้ามเมือง มันแคบและอึดอัดอย่างตั้งใจ บ้านชั้นเดียว ร้านน้ำชา โรงพัก ป้อมตำรวจ และถนนเส้นเดิมที่รถวิ่งผ่านทุกวัน กลายเป็นแผนที่ของความหวาดระแวง บรรยากาศแบบนี้คือจุดที่ Drishyam แยกตัวออกจากทริลเลอร์ทั่วไป เพราะมันไม่ขายฉากบู๊หรือการหักเหลี่ยมแบบโจ่งแจ้ง แต่มันขายความเงียบ เสียงเคาะประตูตอนกลางคืน การถูกเรียกไปให้ปากคำซ้ำ ๆ และสายตาของเพื่อนบ้านที่เริ่มเปลี่ยนไป หนังค่อย ๆ บีบพื้นที่ของครอบครัวให้แคบลงทีละนิด ขณะเดียวกันก็ขยายอำนาจของฝั่งตำรวจให้เข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้าอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง และสิ่งที่จำได้แม่อาจไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์ได้ ชื่อเรื่องที่แปลตรงตัวได้ว่า ภาพที่เห็น จึงไม่ใช่แค่ชื่อเท่ ๆ แต่คือกติกาของเกมทั้งหมด ในเชิงโทน นี่คือหนังชีวิตที่สวมเสื้อคลุมของหนังสืบสวน มันเย็น ช้า และตั้งใจทำให้คนดูรู้สึกไม่มั่นคงกับความจำของตัวเอง ความสนุกไม่ได้อยู่ที่การเดาว่าใครผิดใครถูกแบบผิวเผิน แต่อยู่ที่การดูว่าคนธรรมดาที่รู้แค่เรื่องในจอหนัง จะเอาตัวรอดจากระบบที่เขียนกติกาขึ้นมาเองได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้ปืนสักนัด หนังชวนให้จับตารายละเอียดเล็ก ๆ อย่างใบเสร็จ รอยยาง ตารางเวลารถบัส และคำพูดที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัย แล้วปล่อยให้คำถามค้างอยู่ในหัวว่าเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับเรื่องเล่าอยู่ตรงไหนกันแน่ ถ้าชอบทริลเลอร์ที่ไม่เร่งจังหวะ ไม่ตะโกนใส่คนดู แต่ค่อย ๆ รัดแน่นเหมือนเชือกที่ดึงช้า ๆ เรื่องนี้คือหนึ่งในงานที่ควรเปิดดูแบบตั้งใจ ปล่อยให้มันพาไปจนสุดทางโดยไม่หาข้อมูลสปอยล์ก่อน เพราะความเพลิดเพลินครึ่งหนึ่งของหนังคือการได้นั่งเถียงกับตัวเองว่าเรากำลังเชื่อใครอยู่กันแน่

รายละเอียด Drishyam

Ajay Devgn ในบท Vijay Salgaonkar มาแบบถอดเกราะพระเอกทิ้งหมด เขาเป็นแค่เจ้าของกิจการเคเบิลทีวีในเมืองเล็ก ๆ ของกัว ผู้ชายเรียนน้อยแต่ดูหนังเยอะ ใช้ชีวิตวนอยู่กับการทำงาน กลับบ้านกินข้าวกับครอบครัว และท่องจำพล็อตหนังจนขึ้นใจ แรงผลักดันของ Vijay ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการประคองบ้านให้รอด ทั้ง Nandini (Shriya Saran) ภรรยาคู่ชีวิต ลูกสาวคนโต Anju (Ishita Dutta) ที่กำลังอยู่ในวัยเปราะบาง และลูกสาวคนเล็ก Anu (Mrunal Jadhav) เขาคือพ่อที่ยอมเหนื่อยเพื่อให้บ้านเงียบสงบ และนั่นแหละคือ what-if ที่หนังหยิบมาเล่น ถ้าคนธรรมดาที่ไม่เคยคิดจะสู้กับระบบเลยสักครั้ง ถูกบีบให้ต้องลุกขึ้นมาปกป้องครอบครัวด้วยทุกอย่างที่มี เขาจะไปได้ไกลแค่ไหน

อีกด้านของกระดานคือ Tabu ในบท IG Meera Deshmukh ตำรวจหญิงยศสูงที่ทั้งเก่ง ทั้งนิ่ง และทั้งเป็นแม่คน เธอไม่ได้ไล่ล่า Vijay เพราะอคติส่วนตัว แต่เพราะคนที่หายไปคือ Sameer หรือ Sam (Rishab Chadha) ลูกชายของเธอเอง เด็กหนุ่มที่มีประวัติเข้าไปวุ่นวายกับ Anju จนกลายเป็นชนวนของเรื่องทั้งหมด เมื่อลูกชายของคนมีอำนาจหายตัวอย่างไร้ร่องรอย ทุกสายตาจึงพุ่งไปที่ครอบครัวซาลเกาการ์โดยอัตโนมัติ ความขัดแย้งของเรื่องเลยไม่ใช่แค่ใครทำอะไรที่ไหน แต่คือเกมของน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน ฝ่ายหนึ่งคือบ้านเล็ก ๆ ที่ไม่มีเส้นสาย อีกฝ่ายคือเครื่องจักรของตำรวจที่มีทั้งกำลังคน หมายค้น และห้องสอบสวน ความต่างชั้นตรงนี้ทำให้ทุกคำให้การของ Vijay ถูกฟังด้วยความสงสัยตั้งแต่ประโยคแรก

โลกของหนังไม่ได้กว้างใหญ่แบบหนังอาชญากรรมไล่ล่าข้ามเมือง มันแคบและอึดอัดอย่างตั้งใจ บ้านชั้นเดียว ร้านน้ำชา โรงพัก ป้อมตำรวจ และถนนเส้นเดิมที่รถวิ่งผ่านทุกวัน กลายเป็นแผนที่ของความหวาดระแวง บรรยากาศแบบนี้คือจุดที่ Drishyam แยกตัวออกจากทริลเลอร์ทั่วไป เพราะมันไม่ขายฉากบู๊หรือการหักเหลี่ยมแบบโจ่งแจ้ง แต่มันขายความเงียบ เสียงเคาะประตูตอนกลางคืน การถูกเรียกไปให้ปากคำซ้ำ ๆ และสายตาของเพื่อนบ้านที่เริ่มเปลี่ยนไป หนังค่อย ๆ บีบพื้นที่ของครอบครัวให้แคบลงทีละนิด ขณะเดียวกันก็ขยายอำนาจของฝั่งตำรวจให้เข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้าอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง และสิ่งที่จำได้แม่อาจไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์ได้ ชื่อเรื่องที่แปลตรงตัวได้ว่า ภาพที่เห็น จึงไม่ใช่แค่ชื่อเท่ ๆ แต่คือกติกาของเกมทั้งหมด

ในเชิงโทน นี่คือหนังชีวิตที่สวมเสื้อคลุมของหนังสืบสวน มันเย็น ช้า และตั้งใจทำให้คนดูรู้สึกไม่มั่นคงกับความจำของตัวเอง ความสนุกไม่ได้อยู่ที่การเดาว่าใครผิดใครถูกแบบผิวเผิน แต่อยู่ที่การดูว่าคนธรรมดาที่รู้แค่เรื่องในจอหนัง จะเอาตัวรอดจากระบบที่เขียนกติกาขึ้นมาเองได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้ปืนสักนัด หนังชวนให้จับตารายละเอียดเล็ก ๆ อย่างใบเสร็จ รอยยาง ตารางเวลารถบัส และคำพูดที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัย แล้วปล่อยให้คำถามค้างอยู่ในหัวว่าเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับเรื่องเล่าอยู่ตรงไหนกันแน่ ถ้าชอบทริลเลอร์ที่ไม่เร่งจังหวะ ไม่ตะโกนใส่คนดู แต่ค่อย ๆ รัดแน่นเหมือนเชือกที่ดึงช้า ๆ เรื่องนี้คือหนึ่งในงานที่ควรเปิดดูแบบตั้งใจ ปล่อยให้มันพาไปจนสุดทางโดยไม่หาข้อมูลสปอยล์ก่อน เพราะความเพลิดเพลินครึ่งหนึ่งของหนังคือการได้นั่งเถียงกับตัวเองว่าเรากำลังเชื่อใครอยู่กันแน่

เปิดดู Drishyam ออนไลน์

นักแสดง

Ajay Devgan

Ajay Devgan

Vijay Salgaonkar
तबु

तबु

IG Meera Deshmukh
శ్రియా శరణ్

శ్రియా శరణ్

Nandini Salgaonkar
Ishita Dutta

Ishita Dutta

Anju Salgaonkar
Mrunal Jadhav

Mrunal Jadhav

Anu Salgaonkar
Rajat Kapoor

Rajat Kapoor

Mahesh Deshmukh

ป้ายกำกับ