The Prince & Me: A Royal Honeymoon

The Prince & Me: A Royal Honeymoon

เดอะพรินซ์แอนด์มี ฮันนีมูนรักป่วนวังหลวง
★ 5.7/10 2008 92 นาที ภาพยนตร์ ตลก หนังรักโรแมนติก

ทำความรู้จัก The Prince & Me: A Royal Honeymoon

ในที่สุดช่วงเวลาแห่งความสุขที่รอคอยก็มาถึง เมื่อกษัตริย์องค์ใหม่แห่งเดนมาร์กอย่าง Edward และพระราชินีคู่พระทัยอย่าง Dr. Paige Morgan ตัดสินใจทิ้งภาระอันหนักอึ้งของราชบัลลังก์ไว้เบื้องหลังชั่วคราว เพื่อออกเดินทางสู่การฮันนีมูนลับ ๆ ที่แสนโรแมนติก เรื่องราวของ The Prince & Me: A Royal Honeymoon หรือ เดอะ พรินซ์ แอนด์ มี ฮันนีมูนสุดป่วน เปิดฉากด้วยภาพฝันของคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่อยากจะมีเวลาส่วนตัวด้วยกันอย่างแท้จริงเสียที ท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองของเทศกาลคริสต์มาสที่อบอวลไปด้วยหิมะสีขาว แสงไฟระยิบระยับ และความอบอุ่นของความรัก ความรู้สึกแรกที่ผู้ชมจะสัมผัสได้คือความเบาสบาย น่ารัก และชวนยิ้มสมกับเป็นหนังรักโรแมนติกผสมตลก ที่ชวนให้เราอยากเอาใจช่วยเจ้าชายและสาวสามัญชนที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนได้ครองรักกัน ให้ได้ดื่มด่ำกับความหวานสักครั้งก่อนจะต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง แผนการฮันนีมูนของทั้งคู่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบเมื่อพวกเขาเลือกบินไปยัง Belavia ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามทางธรรมชาติ และเข้าพักในสกีรีสอร์ตสุดหรูที่พร้อมมอบวันหยุดคริสต์มาสในฝัน ทั้ง Eddie และ Paige ต่างคาดหวังว่าจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เล่นหิมะ ชมวิว และพักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่มีใครรบกวน แต่แล้วการท่องเที่ยวชมความงามของธรรมชาติใน Belavia กลับนำพวกเขาไปพบกับความจริงอันน่าตกใจ เมื่อป่าอันล้ำค่าที่เป็นหัวใจของผืนดินแห่งนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะนายกรัฐมนตรีผู้ชั่วร้ายอย่าง Polonius ได้ออกคำสั่งให้โค่นทำลายป่าเพื่อขุดเจาะน้ำมัน ความลับที่ถูกซ่อนอยู่หลังทิวทัศน์อันงดงามทำให้ทริปหวาน ๆ ต้องสะดุดลง และในเวลาเดียวกัน อดีตคนรักของ Paige อย่าง Scott ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดฝัน การพบกันครั้งนี้จุดชนวนความหึงหวงในใจของ Eddie ขึ้นมาทันที ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเริ่มระแวงว่า Scott อาจไว้ใจไม่ได้ ความขัดแย้งจึงก่อตัวขึ้นทั้งจากภายนอกและภายในใจ เมื่อ Paige และ Eddie ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยรักษาผืนป่าเอาไว้ แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องพักเรื่องฮันนีมูนของพวกเขาไว้ก่อนก็ตาม สิ่งที่ทำให้ เดอะ พรินซ์ แอนด์ มี ภาคนี้มีเสน่ห์มากกว่าแค่เรื่องรักหวาน ๆ คือการตั้งคำถามถึงความหมายของความรักเมื่อต้องเติบโตขึ้นเป็นความรับผิดชอบ จากเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อยากมีเวลาส่วนตัว พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะเป็น King และ Queen อย่างแท้จริง ผู้ที่ต้องใส่ใจในผืนดิน ธรรมชาติ และชีวิตของผู้คน มากกว่าความสุขของตัวเอง ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของ Belavia จึงไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังสวย ๆ แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งบริสุทธิ์ที่ควรค่าแก่การปกป้อง เช่นเดียวกับความรักของทั้งคู่ที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ท่ามกลางพายุแห่งความหึงหวง ความไม่ไว้ใจ และแรงกดดันทางการเมือง อารมณ์ของเรื่องจึงเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลระหว่างความโรแมนติกอบอุ่นในบรรยากาศคริสต์มาส ความขบขันน่ารักของคู่ข้าวใหม่ปลามันที่ไม่ค่อยลงรอยกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และความรู้สึกลุ้นเอาใจช่วยเมื่อพวกเขาต้องเลือกระหว่างหัวใจกับหน้าที่ ความขัดแย้งเรื่อง Scott เองก็สะท้อนถึงความเปราะบางของความไว้เนื้อเชื่อใจในช่วงเริ่มต้นชีวิตคู่ ที่แม้จะรักกันมากแค่ไหน แต่การได้เจอบททดสอบจากอดีตก็ทำให้ต้องพิสูจน์กันอีกครั้งว่าความรักนั้นมั่นคงเพียงใด สำหรับประสบการณ์การรับชม The Prince & Me: A Royal Honeymoon จะพาผู้ชมไปสู่โทนของหนังรักคอมเมดี้สำหรับครอบครัวที่ดูเพลินและอบอุ่นหัวใจ จังหวะของเรื่องดำเนินไปอย่างผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ แต่เต็มไปด้วยสีสันของเทศกาล ทั้งภาพของสกีรีสอร์ตสุด fabulous ท่ามกลางหิมะขาวโพลน งานเลี้ยงฉลอง การเดินชมธรรมชาติ และโมเมนต์สวีท ๆ ของคู่พระนางที่ชวนให้ยิ้มตาม ในขณะเดียวกันก็มีจังหวะของความตลกแบบน่ารัก ๆ จากความไม่เข้ากันของวัฒนธรรมราชสำนักกับชีวิตธรรมดา จากอาการหึงหวงออกนอกหน้าของท่าน King หนุ่ม และจากสถานการณ์วุ่น ๆ ที่ทำให้ฮันนีมูนลับ ๆ กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โตกว่าที่คิด คนดูจะได้สัมผัสทั้งฉากโรแมนติกใต้แสงไฟคริสต์มาส ฉากหยอกเย้าทะเลาะกันแบบคู่รัก ฉากผจญภัยเล็ก ๆ ในป่าเขา และฉากดราม่าเบา ๆ ที่ทำให้ต้องลุ้นว่าทั้งคู่จะประคับประคองทั้งความรักและภารกิจปกป้องธรรมชาติไปได้อย่างไร โดยรวมแล้วนี่คือหนังที่เน้นความรู้สึก feel-good ดูแล้วสบายใจ อิ่มเอม และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความหวัง เรื่องนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่หลงรักหนังรักโรแมนติกที่มีกลิ่นอายของเทพนิยายในยุคใหม่ คนที่ชอบเรื่องราวของราชวงศ์ ชีวิตในวัง ความต่างชนชั้น และความรักที่ต้องฝ่าฟันกฎเกณฑ์ รวมถึงคนที่มองหาหนังตลกอบอุ่นหัวใจไว้ดูในช่วงเทศกาลแห่งความสุขกับครอบครัวหรือคนรัก หากคุณเป็นคนที่ชอบหนังที่ไม่ได้หนักเครียดจนเกินไป แต่มีทั้งความหวาน เสียงหัวเราะ ข้อคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบ และตัวละครที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันเหมือนเพื่อนเก่า เดอะ พรินซ์ แอนด์ มี ฮันนีมูนสุดป่วน จะตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว ในเชิงจิตวิญญาณของแนวหนัง มันคือตัวแทนของ romantic comedy สายราชวงศ์ที่ผสมความเป็น fairy tale เข้ากับประเด็นร่วมสมัยอย่างการอนุรักษ์ธรรมชาติและความไว้ใจในชีวิตคู่ได้อย่างกลมกล่อม ไม่ได้เน้นดราม่าหนักหน่วง แต่เน้นความน่ารัก ความจริงใจ และการเติบโตไปด้วยกันของคนสองคน สุดท้ายแล้ว หากคุณกำลังมองหาวันหยุดพักผ่อนทางใจสักหนึ่งเรื่องที่จะทำให้คุณทั้งยิ้ม ทั้งลุ้น และทั้งอบอุ่นไปพร้อมกัน ขอชวนให้ลองเปิดใจไปร่วมทริปฮันนีมูนลับ ๆ สู่ Belavia ไปพร้อมกับ Edward และ Paige ดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าบางครั้งการปกป้องสิ่งที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นผืนป่า ความถูกต้อง หรือหัวใจของใครสักคน อาจเป็นของขวัญคริสต์มาสที่ล้ำค่าที่สุดยิ่งกว่าการได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเสียอีก เตรียมผ้าห่มอุ่น ๆ เครื่องดื่มแก้วโปรด แล้วมาร่วมเอาใจช่วยราชินีสาวและ King หนุ่มให้ผ่านบททดสอบทั้งความรักและหน้าที่ไปด้วยกันให้ได้

รายละเอียด The Prince & Me: A Royal Honeymoon

ในที่สุดช่วงเวลาแห่งความสุขที่รอคอยก็มาถึง เมื่อกษัตริย์องค์ใหม่แห่งเดนมาร์กอย่าง Edward และพระราชินีคู่พระทัยอย่าง Dr. Paige Morgan ตัดสินใจทิ้งภาระอันหนักอึ้งของราชบัลลังก์ไว้เบื้องหลังชั่วคราว เพื่อออกเดินทางสู่การฮันนีมูนลับ ๆ ที่แสนโรแมนติก เรื่องราวของ The Prince & Me: A Royal Honeymoon หรือ เดอะ พรินซ์ แอนด์ มี ฮันนีมูนสุดป่วน เปิดฉากด้วยภาพฝันของคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่อยากจะมีเวลาส่วนตัวด้วยกันอย่างแท้จริงเสียที ท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองของเทศกาลคริสต์มาสที่อบอวลไปด้วยหิมะสีขาว แสงไฟระยิบระยับ และความอบอุ่นของความรัก ความรู้สึกแรกที่ผู้ชมจะสัมผัสได้คือความเบาสบาย น่ารัก และชวนยิ้มสมกับเป็นหนังรักโรแมนติกผสมตลก ที่ชวนให้เราอยากเอาใจช่วยเจ้าชายและสาวสามัญชนที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนได้ครองรักกัน ให้ได้ดื่มด่ำกับความหวานสักครั้งก่อนจะต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง แผนการฮันนีมูนของทั้งคู่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบเมื่อพวกเขาเลือกบินไปยัง Belavia ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามทางธรรมชาติ และเข้าพักในสกีรีสอร์ตสุดหรูที่พร้อมมอบวันหยุดคริสต์มาสในฝัน ทั้ง Eddie และ Paige ต่างคาดหวังว่าจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เล่นหิมะ ชมวิว และพักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่มีใครรบกวน แต่แล้วการท่องเที่ยวชมความงามของธรรมชาติใน Belavia กลับนำพวกเขาไปพบกับความจริงอันน่าตกใจ เมื่อป่าอันล้ำค่าที่เป็นหัวใจของผืนดินแห่งนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะนายกรัฐมนตรีผู้ชั่วร้ายอย่าง Polonius ได้ออกคำสั่งให้โค่นทำลายป่าเพื่อขุดเจาะน้ำมัน ความลับที่ถูกซ่อนอยู่หลังทิวทัศน์อันงดงามทำให้ทริปหวาน ๆ ต้องสะดุดลง และในเวลาเดียวกัน อดีตคนรักของ Paige อย่าง Scott ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดฝัน การพบกันครั้งนี้จุดชนวนความหึงหวงในใจของ Eddie ขึ้นมาทันที ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเริ่มระแวงว่า Scott อาจไว้ใจไม่ได้ ความขัดแย้งจึงก่อตัวขึ้นทั้งจากภายนอกและภายในใจ เมื่อ Paige และ Eddie ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยรักษาผืนป่าเอาไว้ แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องพักเรื่องฮันนีมูนของพวกเขาไว้ก่อนก็ตาม สิ่งที่ทำให้ เดอะ พรินซ์ แอนด์ มี ภาคนี้มีเสน่ห์มากกว่าแค่เรื่องรักหวาน ๆ คือการตั้งคำถามถึงความหมายของความรักเมื่อต้องเติบโตขึ้นเป็นความรับผิดชอบ จากเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อยากมีเวลาส่วนตัว พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะเป็น King และ Queen อย่างแท้จริง ผู้ที่ต้องใส่ใจในผืนดิน ธรรมชาติ และชีวิตของผู้คน มากกว่าความสุขของตัวเอง ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของ Belavia จึงไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังสวย ๆ แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งบริสุทธิ์ที่ควรค่าแก่การปกป้อง เช่นเดียวกับความรักของทั้งคู่ที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ท่ามกลางพายุแห่งความหึงหวง ความไม่ไว้ใจ และแรงกดดันทางการเมือง อารมณ์ของเรื่องจึงเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลระหว่างความโรแมนติกอบอุ่นในบรรยากาศคริสต์มาส ความขบขันน่ารักของคู่ข้าวใหม่ปลามันที่ไม่ค่อยลงรอยกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และความรู้สึกลุ้นเอาใจช่วยเมื่อพวกเขาต้องเลือกระหว่างหัวใจกับหน้าที่ ความขัดแย้งเรื่อง Scott เองก็สะท้อนถึงความเปราะบางของความไว้เนื้อเชื่อใจในช่วงเริ่มต้นชีวิตคู่ ที่แม้จะรักกันมากแค่ไหน แต่การได้เจอบททดสอบจากอดีตก็ทำให้ต้องพิสูจน์กันอีกครั้งว่าความรักนั้นมั่นคงเพียงใด สำหรับประสบการณ์การรับชม The Prince & Me: A Royal Honeymoon จะพาผู้ชมไปสู่โทนของหนังรักคอมเมดี้สำหรับครอบครัวที่ดูเพลินและอบอุ่นหัวใจ จังหวะของเรื่องดำเนินไปอย่างผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ แต่เต็มไปด้วยสีสันของเทศกาล ทั้งภาพของสกีรีสอร์ตสุด fabulous ท่ามกลางหิมะขาวโพลน งานเลี้ยงฉลอง การเดินชมธรรมชาติ และโมเมนต์สวีท ๆ ของคู่พระนางที่ชวนให้ยิ้มตาม ในขณะเดียวกันก็มีจังหวะของความตลกแบบน่ารัก ๆ จากความไม่เข้ากันของวัฒนธรรมราชสำนักกับชีวิตธรรมดา จากอาการหึงหวงออกนอกหน้าของท่าน King หนุ่ม และจากสถานการณ์วุ่น ๆ ที่ทำให้ฮันนีมูนลับ ๆ กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โตกว่าที่คิด คนดูจะได้สัมผัสทั้งฉากโรแมนติกใต้แสงไฟคริสต์มาส ฉากหยอกเย้าทะเลาะกันแบบคู่รัก ฉากผจญภัยเล็ก ๆ ในป่าเขา และฉากดราม่าเบา ๆ ที่ทำให้ต้องลุ้นว่าทั้งคู่จะประคับประคองทั้งความรักและภารกิจปกป้องธรรมชาติไปได้อย่างไร โดยรวมแล้วนี่คือหนังที่เน้นความรู้สึก feel-good ดูแล้วสบายใจ อิ่มเอม และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความหวัง เรื่องนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่หลงรักหนังรักโรแมนติกที่มีกลิ่นอายของเทพนิยายในยุคใหม่ คนที่ชอบเรื่องราวของราชวงศ์ ชีวิตในวัง ความต่างชนชั้น และความรักที่ต้องฝ่าฟันกฎเกณฑ์ รวมถึงคนที่มองหาหนังตลกอบอุ่นหัวใจไว้ดูในช่วงเทศกาลแห่งความสุขกับครอบครัวหรือคนรัก หากคุณเป็นคนที่ชอบหนังที่ไม่ได้หนักเครียดจนเกินไป แต่มีทั้งความหวาน เสียงหัวเราะ ข้อคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบ และตัวละครที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันเหมือนเพื่อนเก่า เดอะ พรินซ์ แอนด์ มี ฮันนีมูนสุดป่วน จะตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว ในเชิงจิตวิญญาณของแนวหนัง มันคือตัวแทนของ romantic comedy สายราชวงศ์ที่ผสมความเป็น fairy tale เข้ากับประเด็นร่วมสมัยอย่างการอนุรักษ์ธรรมชาติและความไว้ใจในชีวิตคู่ได้อย่างกลมกล่อม ไม่ได้เน้นดราม่าหนักหน่วง แต่เน้นความน่ารัก ความจริงใจ และการเติบโตไปด้วยกันของคนสองคน สุดท้ายแล้ว หากคุณกำลังมองหาวันหยุดพักผ่อนทางใจสักหนึ่งเรื่องที่จะทำให้คุณทั้งยิ้ม ทั้งลุ้น และทั้งอบอุ่นไปพร้อมกัน ขอชวนให้ลองเปิดใจไปร่วมทริปฮันนีมูนลับ ๆ สู่ Belavia ไปพร้อมกับ Edward และ Paige ดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าบางครั้งการปกป้องสิ่งที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นผืนป่า ความถูกต้อง หรือหัวใจของใครสักคน อาจเป็นของขวัญคริสต์มาสที่ล้ำค่าที่สุดยิ่งกว่าการได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเสียอีก เตรียมผ้าห่มอุ่น ๆ เครื่องดื่มแก้วโปรด แล้วมาร่วมเอาใจช่วยราชินีสาวและ King หนุ่มให้ผ่านบททดสอบทั้งความรักและหน้าที่ไปด้วยกันให้ได้

เปิดดู The Prince & Me: A Royal Honeymoon ออนไลน์

ยังไม่มีไฟล์สำหรับเล่นในขณะนี้

นักแสดง

Kam Heskin

Kam Heskin

Paige Morgan
Chris Geere

Chris Geere

King Edvard
Adam Croasdell

Adam Croasdell

Scott
Todd Jensen

Todd Jensen

John Polonius
Jonathan Firth

Jonathan Firth

Soren
Joshua Rubin

Joshua Rubin

Oliver

ป้ายกำกับ