

Going the Distance
ทำความรู้จัก Going the Distance
เอริน (Erin Rankin Langford) กับการ์เร็ตต์ (Garrett Scully) ไม่ได้เริ่มจากรักแรกพบแบบหนังรักทั่วไป แต่เริ่มจากคืนสบายๆ ในนิวยอร์กที่คุยกันถูกคอจนลืมเวลา เธอเป็นเด็กฝึกงานที่กำลังจะหมดสัญญาฝึก ผู้หญิงวัยสามสิบต้นๆ ที่ยังตอบตัวเองไม่ได้ชัดว่าจะเอายังไงต่อกับงานและชีวิต เขาเป็นหนุ่มที่วนอยู่กับงานสายดนตรี เพื่อนกลุ่มเดิม และบาร์เดิมๆ ที่คุ้นจนไม่ต้องคิดอะไรใหม่ สิ่งที่ผูกคนสองคนนี้ไว้จึงไม่ใช่ความฝันใหญ่ แต่เป็นจังหวะอารมณ์ขันที่รับกันได้พอดี ความไม่ต้องฝืนทำตัวดี และการอยู่ด้วยกันแล้วง่าย ดรูว์ แบร์รีมอร์ กับ จัสติน ลอง เล่นคู่นี้ออกมาเหมือนคนเพิ่งรู้จักแต่ไว้ใจกันเร็วอย่างประหลาด และนั่นคือกับดัก เพราะความสัมพันธ์กำลังไปได้ดีในเมืองที่เธอกำลังจะต้องจากไป ส่วนเขาก็ไม่มีแผนจะย้ายไปไหนทั้งนั้น ถ้าตั้งสมมติฐานแบบ what-if หนังเรื่องนี้ถามคำถามเดียวว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนสองคนที่เข้ากันได้ดี ดันเจอกันถูกคนแต่ผิดพิกัด เอรินต้องกลับไปซานฟรานซิสโกเพื่อเรียนต่อและตั้งหลักชีวิต ส่วนการ์เร็ตต์ยังติดอยู่กับงานและความรับผิดชอบฝั่งนิวยอร์ก ทางออกที่เหลือคือลองคบกันแบบทางไกล ทั้งที่ทั้งคู่รู้ว่ามันไม่ใช่สูตรของคนเพิ่งเริ่มคบ ความขัดแย้งเลยไม่ได้มาจากมือที่สามหรือดราม่าหนักๆ แต่มาจากเรื่องน่าเบื่อที่ฆ่าความรักได้จริงอย่างตารางบิน ค่าโทรศัพท์ เวลาที่ไม่ตรงกัน ความเหนื่อยจากงาน และความไม่มั่นใจว่าใครควรเป็นฝ่ายยอมเปลี่ยนชีวิตก่อน ยิ่งคบยิ่งต้องเจรจา ใครจะบินไปหาใคร จะคุยกันบ่อยแค่ไหน และจะเชื่อใจกันได้แค่ไหนในวันที่ไม่ได้เห็นหน้ากัน โลกของหนังไม่ได้เคลือบด้วยฟิลเตอร์โรแมนติก แต่เป็นนิวยอร์กของคนทำงานกลางคืน บาร์เสียงดัง อพาร์ตเมนต์รกๆ โซฟาเพื่อน และการแซวกันแรงๆ ของคนที่ไม่ค่อยโต ส่วนอีกฟากคือชีวิตฝั่งตะวันตกที่ดูเป็นระเบียบกว่าแต่กดดันไม่แพ้กัน บรรยากาศแบบนี้ทำให้ความรักทางไกลดูเป็นรูปธรรมมาก ทั้งฉากสนามบินที่สั้นกว่าที่คิด คืนนอนคุยโทรศัพท์ข้ามไทม์โซน ข้อความที่พิมพ์แล้วลบแล้วพิมพ์ใหม่ และการนับวันรอเจอกันที่สวนทางกับงานที่รัดตัวขึ้นทุกที รอบตัวทั้งคู่ยังมีเพื่อนและพี่สาวที่ทำหน้าที่เหมือนเสียงในหัวของคนดู แดน (Dan Grant) กับ บ็อกซ์ (Box Saunders) ที่รับบทโดย ชาร์ลี เดย์ กับ เจสัน ซูเดคิส คือเพื่อนสายป่วนที่ล้อทุกอย่างแต่ก็เห็นความเปราะบางของเพื่อนชัด ส่วนคอร์รินน์พี่สาวของเอรินก็มองความรักน้องด้วยสายตาแบบคนผ่านโลกมาแล้วว่าไหวเหรอ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากรอมคอมสูตรเดิมคือมันไม่พยายามขายว่าความรักชนะทุกอย่าง แต่สนใจว่าความรักแบบผู้ใหญ่ต้องจ่ายด้วยอะไรบ้าง โทนหนังเลยสลับระหว่างตลกหน้าตายกับดราม่าเบาๆ แบบชีวิตจริง มุกตลกไม่ได้มาเพื่อคั่นเวลา แต่มาจากความเก้อเขิน ความหึงแบบไม่กล้าพูดตรงๆ และความพยายามทำตัวชิลทั้งที่ในใจไม่ชิลเลย หนังจับความน่าอึดอัดของการคิดถึงใครสักคนได้แม่นยำ ทั้งอยากเจอ อยากรักษาไว้ แต่ก็ไม่อยากเสียตัวตนและอนาคตของตัวเองไป น่าดูตรงที่มันเป็นหนังรักที่ไม่มีตัวร้ายให้โทษ มีแค่ระยะทางสามพันไมล์กับคำถามว่าเราจะเดินเข้าหากันคนละครึ่งทางได้จริงไหม สำหรับคนเคยสงสัยว่าความเข้ากันได้กับการอยู่ด้วยกันได้เป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า เรื่องนี้คือคำตอบฉบับติดตลกที่ดูแล้วเหมือนโดนแซะเบาๆ มากกว่าถูกปลอบ
เปิดดู Going the Distance ออนไลน์
นักแสดง

ดรูว์ แบร์รีมอร์

Justin Long

Justin Long

Charlie Day

Jason Sudeikis

