ตัวอย่าง Ninja Scroll
Ninja Scroll

Ninja Scroll

จูเบ นินปูโช
★ 7.8/10 1993 94 นาที อีโรติก

ทำความรู้จัก Ninja Scroll

ดาบยังค้างอยู่ในมือ ชายพเนจรยืนอยู่กลางวงศพที่เพิ่งล้มลงหมาด ๆ สายฝนยังล้างเลือดไม่ทันจาง ความเงียบหลังการฆ่าฟันดังกว่าคมดาบเสียอีก จูเบ นินปูโช ไม่ได้เปิดเรื่องด้วยการทักทายคนดู มันโยนคนดูลงกลางความตายแล้วค่อยถามว่าอยากรู้ไหมว่าใครสั่งฆ่า สมมติง่าย ๆ ว่านินจาไม่ใช่แค่คนลอบฆ่า แต่คือปีศาจในคราบมนุษย์ที่แต่ละคนพกพลังผิดธรรมชาติไว้ในร่างกาย ฝ่ายหนึ่งต้องการทอง ต้องการอำนาจ ต้องการพลิกแผ่นดินด้วยยาพิษและวิชามาร อีกฝ่ายเหลือแค่หมู่บ้านที่กำลังเน่าเปื่อยกับความลับที่ฝังอยู่ใต้ดิน เดิมพันจึงไม่ใช่แค่ใครดาบเร็วกว่า แต่คือทั้งแคว้นจะอยู่หรือล่มภายในคืนเดียว ชายคนนั้นคือ จูเบ คิบากามิ (Jubei Kibagami) โรนินรับจ้างที่ไม่อยากยุ่งกับใคร เสียงพากย์ของ โคอิจิ ยามาเดระ ทำให้ความกวนกับความนิ่งอยู่ในร่างเดียวกัน เขาไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ แค่เดินผ่านมาแล้วดันเข้าไปพัวพันกับแผนที่ใหญ่กว่าตัว ตรงข้ามกับเขาคือ คาเงโร่ (Kagero) สายลับสาวจากตระกูลโคกะ ที่ เอมิ ชิโนฮาระ ถ่ายทอดทั้งความแข็งและความเปราะไว้ในน้ำเสียงเดียว ร่างกายของเธอแฝงพิษที่ทำให้การใกล้ชิดกับใครกลายเป็นเรื่องอันตราย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มจากความระแวง ไม่ใช่ความรักหวาน ๆ มีนักบวชจอมเจ้าเล่ห์อย่าง ดาคุอัน (Dakuan) คอยลากทั้งสองเข้าสู่เกมการเมืองด้วยข้อแลกเปลี่ยนที่ปฏิเสธยาก ส่วนอีกฟากคือ เก็มมะ ฮิมุโร (Genma Himuro) กับแปดเซียนคิมอนที่แต่ละคนเหมือนหลุดมาจากฝันร้าย ทั้งเรื่องจึงขับเคลื่อนด้วยคนที่ไม่ไว้ใจกันแต่ต้องเอาชีวิตรอดไปด้วยกัน โลกในเรื่องคือญี่ปุ่นยุคเอโดะที่ไม่ได้สวยแบบภาพโปสการ์ด มันมืด ชื้น เต็มไปด้วยป่าทึบ หมู่บ้านร้าง และคฤหาสน์ที่ซ่อนห้องทดลองน่าสะพรึง สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังนินจาทั่วไปคือการพาวิชานินจาไปจนสุดทาง ลองคิดแบบ what-if ว่าถ้าร่างกายมนุษย์ถูกดัดแปลงจนเป็นอาวุธได้จริงจะเป็นอย่างไร คนนึงล่องหนในเงา อีกคนซ่อนพิษไว้ใต้ผิวกาย อีกคนบดหินด้วยมือเปล่า ฉากต่อสู้เลยไม่ใช่แค่การฟันดาบ แต่คือการแก้เกมพลังประหลาดแบบตัวต่อตัว บรรยากาศดิบ เลือดและเหงื่อผสมกันจนร้อนวูบวาบ ความเย้ายวนในเรื่องไม่ได้มาแบบจงใจยัด มันอยู่ในสายตาที่มองกันนานเกินจำเป็น ในบาดแผลที่ต้องดูแลกัน ในความใกล้ชิดของคนที่รู้ว่าอาจไม่มีพรุ่งนี้ให้แก้ตัว ลึก ๆ แล้วหนังพูดถึงความเหงาของคนที่ร่างกายกลายเป็นคำสาป คาเงโร่อยากสัมผัสใครสักคนโดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำร้ายเขา จูเบอยากเดินจากไปโดยไม่ต้องผูกพัน แต่แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่มีแผลเหมือนกันกลับทำให้การเดินทางสั้น ๆ นั้นมีความหมาย ความอีโรติกของเรื่องจึงไม่ใช่ฉากวาบหวิว หากคือความตึงเครียดระหว่างความปรารถนากับความยับยั้ง ระหว่างมือที่อยากเอื้อมไปกับใจที่สั่งให้ถอย ใครที่เบื่อแอนิเมชันสูตรเดิมที่พระเอกเก่งแบบไร้รอยขีดข่วน เรื่องนี้คือขั้วตรงข้าม ดิบ เจ็บ และมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่ทั้งโหดทั้งอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ควรลองดูด้วยตาตัวเองสักครั้งว่าคมดาบกับหัวใจอย่างไหนจะแทงได้ลึกกว่ากัน

รายละเอียด Ninja Scroll

ดาบยังค้างอยู่ในมือ ชายพเนจรยืนอยู่กลางวงศพที่เพิ่งล้มลงหมาด ๆ สายฝนยังล้างเลือดไม่ทันจาง ความเงียบหลังการฆ่าฟันดังกว่าคมดาบเสียอีก จูเบ นินปูโช ไม่ได้เปิดเรื่องด้วยการทักทายคนดู มันโยนคนดูลงกลางความตายแล้วค่อยถามว่าอยากรู้ไหมว่าใครสั่งฆ่า สมมติง่าย ๆ ว่านินจาไม่ใช่แค่คนลอบฆ่า แต่คือปีศาจในคราบมนุษย์ที่แต่ละคนพกพลังผิดธรรมชาติไว้ในร่างกาย ฝ่ายหนึ่งต้องการทอง ต้องการอำนาจ ต้องการพลิกแผ่นดินด้วยยาพิษและวิชามาร อีกฝ่ายเหลือแค่หมู่บ้านที่กำลังเน่าเปื่อยกับความลับที่ฝังอยู่ใต้ดิน เดิมพันจึงไม่ใช่แค่ใครดาบเร็วกว่า แต่คือทั้งแคว้นจะอยู่หรือล่มภายในคืนเดียว

ชายคนนั้นคือ จูเบ คิบากามิ (Jubei Kibagami) โรนินรับจ้างที่ไม่อยากยุ่งกับใคร เสียงพากย์ของ โคอิจิ ยามาเดระ ทำให้ความกวนกับความนิ่งอยู่ในร่างเดียวกัน เขาไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ แค่เดินผ่านมาแล้วดันเข้าไปพัวพันกับแผนที่ใหญ่กว่าตัว ตรงข้ามกับเขาคือ คาเงโร่ (Kagero) สายลับสาวจากตระกูลโคกะ ที่ เอมิ ชิโนฮาระ ถ่ายทอดทั้งความแข็งและความเปราะไว้ในน้ำเสียงเดียว ร่างกายของเธอแฝงพิษที่ทำให้การใกล้ชิดกับใครกลายเป็นเรื่องอันตราย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มจากความระแวง ไม่ใช่ความรักหวาน ๆ มีนักบวชจอมเจ้าเล่ห์อย่าง ดาคุอัน (Dakuan) คอยลากทั้งสองเข้าสู่เกมการเมืองด้วยข้อแลกเปลี่ยนที่ปฏิเสธยาก ส่วนอีกฟากคือ เก็มมะ ฮิมุโร (Genma Himuro) กับแปดเซียนคิมอนที่แต่ละคนเหมือนหลุดมาจากฝันร้าย ทั้งเรื่องจึงขับเคลื่อนด้วยคนที่ไม่ไว้ใจกันแต่ต้องเอาชีวิตรอดไปด้วยกัน

โลกในเรื่องคือญี่ปุ่นยุคเอโดะที่ไม่ได้สวยแบบภาพโปสการ์ด มันมืด ชื้น เต็มไปด้วยป่าทึบ หมู่บ้านร้าง และคฤหาสน์ที่ซ่อนห้องทดลองน่าสะพรึง สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากหนังนินจาทั่วไปคือการพาวิชานินจาไปจนสุดทาง ลองคิดแบบ what-if ว่าถ้าร่างกายมนุษย์ถูกดัดแปลงจนเป็นอาวุธได้จริงจะเป็นอย่างไร คนนึงล่องหนในเงา อีกคนซ่อนพิษไว้ใต้ผิวกาย อีกคนบดหินด้วยมือเปล่า ฉากต่อสู้เลยไม่ใช่แค่การฟันดาบ แต่คือการแก้เกมพลังประหลาดแบบตัวต่อตัว บรรยากาศดิบ เลือดและเหงื่อผสมกันจนร้อนวูบวาบ ความเย้ายวนในเรื่องไม่ได้มาแบบจงใจยัด มันอยู่ในสายตาที่มองกันนานเกินจำเป็น ในบาดแผลที่ต้องดูแลกัน ในความใกล้ชิดของคนที่รู้ว่าอาจไม่มีพรุ่งนี้ให้แก้ตัว

ลึก ๆ แล้วหนังพูดถึงความเหงาของคนที่ร่างกายกลายเป็นคำสาป คาเงโร่อยากสัมผัสใครสักคนโดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำร้ายเขา จูเบอยากเดินจากไปโดยไม่ต้องผูกพัน แต่แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่มีแผลเหมือนกันกลับทำให้การเดินทางสั้น ๆ นั้นมีความหมาย ความอีโรติกของเรื่องจึงไม่ใช่ฉากวาบหวิว หากคือความตึงเครียดระหว่างความปรารถนากับความยับยั้ง ระหว่างมือที่อยากเอื้อมไปกับใจที่สั่งให้ถอย ใครที่เบื่อแอนิเมชันสูตรเดิมที่พระเอกเก่งแบบไร้รอยขีดข่วน เรื่องนี้คือขั้วตรงข้าม ดิบ เจ็บ และมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่ทั้งโหดทั้งอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ควรลองดูด้วยตาตัวเองสักครั้งว่าคมดาบกับหัวใจอย่างไหนจะแทงได้ลึกกว่ากัน

เปิดดู Ninja Scroll ออนไลน์

ยังไม่มีไฟล์สำหรับเล่นในขณะนี้

นักแสดง

โคอิจิ ยามาเดระ

โคอิจิ ยามาเดระ

Jubei Kibagami (voice)
เอมิ ชิโนฮาระ

เอมิ ชิโนฮาระ

Kagero (voice)
青野武

青野武

Dakuan (voice)
郷里大輔

郷里大輔

Genma Himuro (voice)
大友龍三郎

大友龍三郎

Tessai (voice)
大森章督

大森章督

Shijima (voice)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ