

London Calling
ทำความรู้จัก London Calling
ลอนดอนในเรื่องนี้ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยแสงไฟและเสียงหัวเราะ หากเป็นมหานครที่ซ่อนความลับไว้ตามตรอกแคบ สถานีรถไฟใต้ดิน ห้องครัวหลังร้านอาหาร และอาคารเก่าในย่านที่คนภายนอกไม่เคยคิดจะย่างกรายเข้าไป ที่นี่ทุกสายโทรศัพท์อาจนำไปสู่คำสั่งสังหาร ทุกการนัดหมายอาจกลายเป็นกับดัก และคนที่ยืนอยู่ข้างคุณในคืนนี้ก็อาจเป็นคนเดียวกับที่ตามล่าคุณในเช้าวันรุ่งขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศหม่นเทาของเมืองใหญ่ “สายด่วนลอนดอน” เล่าเรื่องของโลกอาชญากรรมที่ทั้งอันตรายและชวนหัวเราะ เมื่อภารกิจลับซึ่งควรจบลงอย่างเงียบเชียบกลับพังไม่เป็นท่า จนทำให้นักฆ่ามืออาชีพคนหนึ่งต้องกลับมายังลอนดอน เมืองที่เขาพยายามทิ้งอดีตเอาไว้เบื้องหลัง อันนี่คือชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับความตายจนแทบลืมไปแล้วว่าการมีชีวิตตามปกติเป็นอย่างไร เขาไม่ใช่นักฆ่าประเภทชอบโอ้อวดหรือหลงใหลในความรุนแรง ตรงกันข้าม เขาเป็นคนเงียบ สุขุม และมีระเบียบกับทุกอย่าง ตั้งแต่การเลือกอาวุธไปจนถึงการชงกาแฟในตอนเช้า ความนิ่งของเขาทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นคนไร้ความรู้สึก แต่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นกลับมีบาดแผลและความรู้สึกผิดที่เขาไม่เคยยอมพูดถึง งานทุกชิ้นที่ผ่านมาอาจทำให้เขามีเงิน มีชื่อเสียงในแวดวงมืด และมีศัตรูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินไปทางไหน จนกระทั่งความผิดพลาดครั้งล่าสุดบีบให้เขาต้องหลบหนีและกลับมาเผชิญหน้ากับเครือข่ายอาชญากรรมในลอนดอนอีกครั้ง ปัญหาคือการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องการลบร่องรอยหรือเอาตัวรอดจากคนที่ต้องการกำจัดเขา อันนี่ได้รับคำสั่งให้คอยดูแลลูกชายวัยรุ่นของหัวหน้าแก๊งคนใหม่ ซึ่งเป็นงานที่เขามองว่าไร้สาระและอันตรายเกินความจำเป็น เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ทายาทอาชญากรผู้กระหายอำนาจอย่างที่ใครคาดคิด เขามีความฝันของตัวเอง มีความอยากรู้อยากเห็น และยังเชื่อว่าชีวิตอาจมีทางเลือกมากกว่าการเดินตามรอยพ่อ ทว่าการเติบโตในบ้านที่เต็มไปด้วยการข่มขู่ การทรยศ และการต่อรองด้วยชีวิต ทำให้เขาต้องเรียนรู้ที่จะซ่อนความเปราะบางไว้หลังท่าทีแข็งกร้าว ความสัมพันธ์ระหว่างชายวัยกลางคนที่ไม่อยากผูกพันกับใคร และเด็กหนุ่มที่ไม่ยอมให้ใครมาควบคุม จึงเริ่มต้นด้วยการปะทะคารมและความเข้าใจผิดแทบทุกเรื่อง จากภารกิจคุ้มกันธรรมดา เรื่องกลับบานปลายเมื่อการเคลื่อนไหวของแก๊งต่าง ๆ ในเมืองเริ่มเชื่อมโยงเข้าหากัน มีทั้งกลุ่มอาชญากรเก่าแก่ที่ไม่พอใจกับอำนาจซึ่งกำลังเปลี่ยนมือ เจ้าหน้าที่ที่พร้อมหันหลังให้กฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และคนในองค์กรเดียวกันที่อาจมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ อันนี่ต้องพาเด็กหนุ่มหลบหนีจากสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องตามหาความจริงว่าเหตุใดงานที่ผิดพลาดของเขาจึงสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ ทุกย่างก้าวทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น จากการปะทะบนถนนมืด ๆ ไปจนถึงการไล่ล่าที่เปลี่ยนร้านอาหารธรรมดาให้กลายเป็นสนามรบ ความรุนแรงในเรื่องถูกเติมด้วยจังหวะตลกแบบหน้าตายและสถานการณ์ชวนปวดหัว เพราะอันนี่อาจรับมือมือปืนหลายคนได้โดยไม่กะพริบตา แต่กลับไม่รู้ว่าจะคุยกับวัยรุ่นที่กำลังประชดชีวิตอย่างไร เสน่ห์สำคัญของ “สายด่วนลอนดอน” อยู่ที่การนำความดิบของหนังอาชญากรรมมาชนกับความวุ่นวายแบบหนังคู่หูต่างวัย เรื่องราวมีทั้งฉากบู๊ที่เดินหน้าอย่างรวดเร็ว การไล่ล่าที่เต็มไปด้วยไหวพริบ และบทสนทนาที่ช่วยคลายความตึงเครียดโดยไม่ทำให้เดิมพันของตัวละครลดลง ทุกครั้งที่อันนี่เลือกใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหา เด็กหนุ่มกลับทำให้เขาต้องถามตัวเองว่าการปกป้องใครสักคนหมายถึงการกำจัดทุกคนที่เข้ามาขวางทางหรือไม่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้คุ้มกันกับผู้ถูกคุ้มกัน แต่เป็นการปะทะกันระหว่างคนที่หมดศรัทธาต่ออนาคต กับคนที่ยังไม่ยอมแพ้ให้กับโลกซึ่งพยายามบอกว่าเขาไม่มีทางเลือก ยิ่งสถานการณ์เลวร้ายลง อันนี่ก็ยิ่งถูกบังคับให้ตัดสินใจว่าจะรักษาวิถีชีวิตที่เคยทำให้เขาอยู่รอด หรือยอมเสี่ยงทำสิ่งที่อาจทำให้ทุกอย่างพังลงเพื่อช่วยเด็กคนหนึ่งให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของอาชญากรรม หนังพาไปสำรวจความหมายของความรับผิดชอบ การไถ่บาป และสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในเวลาซึ่งไม่ควรมีใครไว้ใจใคร โทนของเรื่องยังคงสนุก คม และมีความกวนอยู่เสมอ แต่ภายใต้เสียงหัวเราะคือความเศร้าของผู้คนที่ถูกบีบให้เลือกทางผิดครั้งแล้วครั้งเล่า Josh Duhamel ถ่ายทอดตัวละครนักฆ่าผู้พยายามเก็บอารมณ์ได้อย่างมีเสน่ห์ ขณะที่ความสัมพันธ์กับตัวละครวัยรุ่นช่วยเติมชีวิตชีวาและหัวใจให้กับเรื่องราว “สายด่วนลอนดอน” จึงเหมาะกับคนที่ชอบหนังบู๊อาชญากรรมซึ่งไม่ได้มีแค่กระสุนและการไล่ล่า แต่ยังมีความอบอุ่น ความเปิ่น และคำถามว่า แม้แต่คนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในความมืด ก็ยังมีโอกาสเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้หรือไม่
เปิดดู London Calling ออนไลน์
นักแสดง

Josh Duhamel

Aidan Gillen

Jeremy Ray Taylor

Rick Hoffman

Arnold Vosloo


