ตัวอย่าง Jackass 4.5
Jackass 4.5

Jackass 4.5

แจ็กแอส 4.5
★ 6.4/10 2022 90 นาที อีโรติก

ทำความรู้จัก Jackass 4.5

สิ่งที่ผูก Johnny Knoxville กับ Steve-O ไว้ด้วยกันไม่ใช่สัญญาหนังหรือชื่อเสียง แต่มันคือประวัติการกระแทกพื้น การโดนเตะ และการหัวเราะใส่แผลของกันมานานกว่าสองทศวรรษ โลกของพวกเขายังอยู่ที่เดิม โกดังเก่า ลานสเก็ตโทรมๆ บ้านที่พร้อมเละได้ตลอดเวลา ไม่มีฉากสวย ไม่มีบทพูดที่ท่องมา กล้องตัวเล็กวางทิ้งไว้บนโต๊ะก็ถ่ายต่อได้ Jackass 4.5 เลือกจะอยู่ในมุมนั้นพอดี ไม่ใช่หนังภาคหลักที่ต้องปูเรื่องให้คนใหม่เข้าใจ แต่เหมือนเราแอบเข้าไปนั่งในห้องหลังฉากตอนทีมงานกำลังพัก แล้วพวกเขาดันไม่พักจริง ยังหาอะไรแกล้งกันต่อ Knoxville ในบท Self หรือก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ ยังทำหน้าที่เหมือนพี่ใหญ่ที่คอยจุดชนวน ส่วน Steve-O ในบท Self เช่นกัน ยังเป็นน้องที่พร้อมกระโดดก่อนคิดทีหลังเสมอ รอบตัวพวกเขายังมี Chris Pontius, Dave England, Ehren McGhehey, Jason ‘Wee Man’ Acuña และ Preston Lacy ที่แต่ละคนมีคาแรกเตอร์ชัดจนไม่ต้องแนะนำเพิ่ม แรงผลักดันของกลุ่มนี้ประหลาดกว่าหนังเรื่องอื่น ถ้าหนังทั่วไปถามว่าจะรอดไหม กลุ่มนี้ถามว่าจะเจ็บขนาดไหนถึงจะฮา และถ้าจะให้พูดแบบ what-if ของพล็อตเลยก็คือ ถ้าเอาคนวัยนี้ที่กระดูกไม่ได้เหนียวเหมือนเดิม มาปล่อยไว้กับ Zach Holmes, Sean McInerney และ Davon ‘Jasper’ Wilson รุ่นใหม่ที่คันกว่า สดกว่า และไม่รู้จักคำว่าเบรก ความบ้าจะหน้าตาเป็นยังไง ความต่างของภาคนี้คือมันไม่ได้วิ่งไปหาฉากใหญ่เพื่อปิดหนัง มันเก็บตกโมเมนต์ที่หลุดจากภาคหลักเพราะดิบเกินไป ยาวเกินไป หรือบ้าเกินกว่าจะเล่าให้จบในเวลาปกติ บางแผนแกล้งกันเองในกอง บางเกมที่กติกาคิดสดหน้างาน บางบทสัมภาษณ์ที่พูดไปขำไปแล้วก็เจ็บไปพร้อมกัน เดิมพันเลยไม่ใช่ใครจะชนะ แต่เป็นความสัมพันธ์จะยังไหวไหมเมื่อรุ่นเก๋าเริ่มออกอาการจุกจริง ไม่ได้แกล้งเล่น ส่วนรุ่นเล็กก็อยากพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับชื่อแจ็กแอส ไม่ใช่แค่ตัวประกอบที่โดนเรียกมาขำๆ เส้นแบ่งระหว่างแกล้งกันสนุกๆ กับการล้ำเส้นจึงบางลงเรื่อยๆ และนั่นแหละที่ทำให้ดูแล้วลุ้นกว่าที่คิด อารมณ์ของหนังเลยออกมาเป็นกึ่งสารคดีกึ่งวิดีโอไดอารี่ของเพื่อนเก่า มีทั้งความเกรี้ยวกราดแบบสตั๊นต์ ความปัญญาอ่อนแบบตั้งใจ และความผูกพันแบบผู้ชายที่ไม่พูดคำว่าห่วงกันตรงๆ ธีมจริงๆ ไม่ใช่ความเจ็บ แต่คือเวลา อายุที่มากขึ้นทำให้ทุกมุกมีต้นทุนแพงขึ้น แต่ก็ทำให้ทุกเสียงหัวเราะมีความหมายมากขึ้นด้วย สำหรับคนที่ตามมาตั้งแต่ยุคแรก นี่คือส่วนที่เติมเต็มช่องว่าง ทำให้เห็นว่ากว่าจะได้ฉากบ้าๆ มาแต่ละฉาก มันมีการลองผิดลองถูก การเทกทิ้ง และการแกล้งกันนอกบทอีกเท่าไหร่ ถ้าอยากเห็นแจ็กแอสในเวอร์ชันที่ไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์ ไม่ต้องปั้นให้เนี้ยบ นี่คือเวอร์ชันนั้น

รายละเอียด Jackass 4.5

สิ่งที่ผูก Johnny Knoxville กับ Steve-O ไว้ด้วยกันไม่ใช่สัญญาหนังหรือชื่อเสียง แต่มันคือประวัติการกระแทกพื้น การโดนเตะ และการหัวเราะใส่แผลของกันมานานกว่าสองทศวรรษ โลกของพวกเขายังอยู่ที่เดิม โกดังเก่า ลานสเก็ตโทรมๆ บ้านที่พร้อมเละได้ตลอดเวลา ไม่มีฉากสวย ไม่มีบทพูดที่ท่องมา กล้องตัวเล็กวางทิ้งไว้บนโต๊ะก็ถ่ายต่อได้ Jackass 4.5 เลือกจะอยู่ในมุมนั้นพอดี ไม่ใช่หนังภาคหลักที่ต้องปูเรื่องให้คนใหม่เข้าใจ แต่เหมือนเราแอบเข้าไปนั่งในห้องหลังฉากตอนทีมงานกำลังพัก แล้วพวกเขาดันไม่พักจริง ยังหาอะไรแกล้งกันต่อ

Knoxville ในบท Self หรือก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ ยังทำหน้าที่เหมือนพี่ใหญ่ที่คอยจุดชนวน ส่วน Steve-O ในบท Self เช่นกัน ยังเป็นน้องที่พร้อมกระโดดก่อนคิดทีหลังเสมอ รอบตัวพวกเขายังมี Chris Pontius, Dave England, Ehren McGhehey, Jason ‘Wee Man’ Acuña และ Preston Lacy ที่แต่ละคนมีคาแรกเตอร์ชัดจนไม่ต้องแนะนำเพิ่ม แรงผลักดันของกลุ่มนี้ประหลาดกว่าหนังเรื่องอื่น ถ้าหนังทั่วไปถามว่าจะรอดไหม กลุ่มนี้ถามว่าจะเจ็บขนาดไหนถึงจะฮา และถ้าจะให้พูดแบบ what-if ของพล็อตเลยก็คือ ถ้าเอาคนวัยนี้ที่กระดูกไม่ได้เหนียวเหมือนเดิม มาปล่อยไว้กับ Zach Holmes, Sean McInerney และ Davon ‘Jasper’ Wilson รุ่นใหม่ที่คันกว่า สดกว่า และไม่รู้จักคำว่าเบรก ความบ้าจะหน้าตาเป็นยังไง

ความต่างของภาคนี้คือมันไม่ได้วิ่งไปหาฉากใหญ่เพื่อปิดหนัง มันเก็บตกโมเมนต์ที่หลุดจากภาคหลักเพราะดิบเกินไป ยาวเกินไป หรือบ้าเกินกว่าจะเล่าให้จบในเวลาปกติ บางแผนแกล้งกันเองในกอง บางเกมที่กติกาคิดสดหน้างาน บางบทสัมภาษณ์ที่พูดไปขำไปแล้วก็เจ็บไปพร้อมกัน เดิมพันเลยไม่ใช่ใครจะชนะ แต่เป็นความสัมพันธ์จะยังไหวไหมเมื่อรุ่นเก๋าเริ่มออกอาการจุกจริง ไม่ได้แกล้งเล่น ส่วนรุ่นเล็กก็อยากพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับชื่อแจ็กแอส ไม่ใช่แค่ตัวประกอบที่โดนเรียกมาขำๆ เส้นแบ่งระหว่างแกล้งกันสนุกๆ กับการล้ำเส้นจึงบางลงเรื่อยๆ และนั่นแหละที่ทำให้ดูแล้วลุ้นกว่าที่คิด

อารมณ์ของหนังเลยออกมาเป็นกึ่งสารคดีกึ่งวิดีโอไดอารี่ของเพื่อนเก่า มีทั้งความเกรี้ยวกราดแบบสตั๊นต์ ความปัญญาอ่อนแบบตั้งใจ และความผูกพันแบบผู้ชายที่ไม่พูดคำว่าห่วงกันตรงๆ ธีมจริงๆ ไม่ใช่ความเจ็บ แต่คือเวลา อายุที่มากขึ้นทำให้ทุกมุกมีต้นทุนแพงขึ้น แต่ก็ทำให้ทุกเสียงหัวเราะมีความหมายมากขึ้นด้วย สำหรับคนที่ตามมาตั้งแต่ยุคแรก นี่คือส่วนที่เติมเต็มช่องว่าง ทำให้เห็นว่ากว่าจะได้ฉากบ้าๆ มาแต่ละฉาก มันมีการลองผิดลองถูก การเทกทิ้ง และการแกล้งกันนอกบทอีกเท่าไหร่ ถ้าอยากเห็นแจ็กแอสในเวอร์ชันที่ไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์ ไม่ต้องปั้นให้เนี้ยบ นี่คือเวอร์ชันนั้น

เปิดดู Jackass 4.5 ออนไลน์

นักแสดง

Johnny Knoxville

Johnny Knoxville

Self
Steve-O

Steve-O

Self
Chris Pontius

Chris Pontius

Self
Dave England

Dave England

Self
Ehren McGhehey

Ehren McGhehey

Self
Jason 'Wee Man' Acuña

Jason 'Wee Man' Acuña

Self

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Fruits of Passion อีโรติก

Fruits of Passion

ผลพวงแห่งปรารถนา 1981
365 Days: This Day อีโรติก

365 Days: This Day

365 วัน วันนี้มีเพียงเรา 2022
Malena อีโรติก

Malena

มาลีน่า หญิงงามสะกดใจ 2000
Sex and the Emperor ★ 4.2 อีโรติก

Sex and the Emperor

จักรพรรดิรักจนลืมโลก 1994
The Taste of Betel Nut ★ 4.6 อีโรติก

The Taste of Betel Nut

ปินหลางเสวี่ย 2017
The Treacherous ★ 6.1 อีโรติก

The Treacherous

2 ทรราช โค่นบัลลังก์ 2015
Mulholland Drive ★ 7.8 อีโรติก

Mulholland Drive

มัลฮอลแลนด์ ไดรฟ์ 2001
Empire of Lust ★ 6.8 อีโรติก

Empire of Lust

ซุนซูอึย ซิแด 2015
Untold Scandal ★ 6.4 อีโรติก

Untold Scandal

อันโทลด์ สแกนดัล 2003
Sisid Marino ★ 6.4 อีโรติก

Sisid Marino

ซีซิด มาริโน 2024
Motel Cactus ★ 5.9 อีโรติก

Motel Cactus

โมเทล ซอนอินจัง 1997
Burning Betrayal ★ 6.3 อีโรติก

Burning Betrayal

โอลาดู บง จี แซร์ ตราอีดา 2023
Silip sa Apoy ★ 5.8 อีโรติก

Silip sa Apoy

ซิลิป ซา อาปอย 2022
108: Revenge and Adventure of Goro Kaiba ★ 6.3 อีโรติก

108: Revenge and Adventure of Goro Kaiba

108 ไคบะ โกโร่ โนะ ฟุกุชู โตะ โบเค็ง 2019
Plum Blossom ★ 6.0 อีโรติก

Plum Blossom

ชองชุน 2000

ป้ายกำกับ